บันได 5 ขั้น สู่การปลดล็อคความคิด

         ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จในแบบฉบับของตนเอง  ทุกคนเกิดมาแต่แรกก็ยังลืมตาไม่ได้ นั่งไม่ได้ เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ วิ่งก็ไม่ได้ และอีกสารพัดที่ยังทำไม่ได้ แต่ต่อมาเราพัฒนาจนเราสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้หลายอย่าง เดินก็ได้ พูดก็ได้ อ่านก็ได้ เขียนก็ได้ ขับรถก็ได้ ว่ายน้ำได้

         และผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถทำได้ เพราะมนุษย์สามารถพัฒนาได้และเป็นได้ทุกอย่างตามที่มนุษย์ต้องการจะเป็นมนุษย์สามารถสื่อสารกันได้ทั้งโลกด้วยอินเตอร์เน็ต

มนุษย์เราสามารถเดินทางข้ามโลกไปหากันได้ด้วยเครื่องบิน

มนุษย์เราสามารถออกนอกโลกไปเหยียบดวงจันทร์ได้ และอีกมากมายที่มนุษย์ทำได้ ฯลฯ
       

         หากย้อนหลังไปสัก 500 ปี ใครจะเชื่อว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าวนี้ขึ้น บางคนมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จดังกล่าวเป็นอัจฉริยะเขาเป็นได้ เขาทำได้ แต่ฉันคงทำแบบเขาไม่ได้หรอก ถูกของคุณครับ คุณคิดแบบไหนมันก็จะเป็นจริงแบบนั้น
         แล้วทำไมเราถึงคิดว่าเราทำไมได้ละ อะไรคือสิ่งที่กดเราไว้ทำให้เรากังวล กลัว ลังเล ขาดอิสรภาพ
มีอยู่เพียงสิ่งเดียว สิ่งนั้นคือ “ความคิด” ของเรานั่นเอง ถ้าเรายังปลดล็อคความคิด หรือมีอิสระทางความคิดไม่ได้เรื่องอื่นๆ ก็ยากที่จะสำเร็จ ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน รับรองว่าคุณก็จะไม่มีความสุขแบบเต็มที่แน่นอน และผมมีเทคนิคสำหรับปลดล็อคความคิด ให้ลองนำไปทำดูนะครับ

1. หาความต้องการที่แท้จริงของตัวเองให้เจอ 

          โดยการหยุดฟังเสียงรอบตัว แล้วให้ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ลองถามตัวเองว่าชีวิตเรา เราต้องการอะไรจริงๆกันแน่ไม่ใช่ต้องการในสิ่งที่คนอื่นคาดหวัง หรือเป็นไปตามกระแสสังคม จากนั้นเขียนเป็นเป้าหมายให้ชัดเจน

2. รับผิดชอบชีวิตของตัวเอง

          ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ให้เรายิ้มและพูดว่าโชคดีจังที่…..ให้เราหากเหตุผลมาอธิบายความโชคดีนั้นให้ได้ เช่น 
บ้านไฟไหม้ ก็ยิ้มและพูดว่าโชคดีจัง ที่ไม่มีใครเป็นอะไร   ตกงานก็ยิ้มและโชคดีจังที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำสักทีหรือโชคดีจัง  จะได้มีเวลาเป็นของตัวเองสักที

            มันอาจจะทำยากสักหน่อย เราจึงต้องมั่นฝึกทำบ่อยๆ ครับใช้สติจับความรู้สึก และหาความโชคดีให้เจอครับ

3. อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง

           ความรู้จะทำให้เรามั่นใจ ถ้าไม่รู้เราจะไม่มั่นใจ จงเป็นคนที่เรียนรู้ตลอดชีวิตครับแต่เนื่องจากเวลาของเรามีน้อยครับ ดังนั้นให้เลือกเรียนรู้ในสิ่งที่จะพัฒนาเราไปสู่เป้าหมายครับ

4. ขอให้เรามีความกล้าหาญ กล้าที่จะลงมือทำสิ่งใหม่ๆ

          กล้าที่จะออกไปเผชิญในสิ่งที่ไม่เคยทำด้วยความรู้และสติปัญญา เพื่อให้เราได้เรียนรู้และเติบโตเต็มตามศักยภาพ ความกล้ามันตรงข้ามกับความกลัวครับ

          เมื่อไหร่ที่เราไม่กล้าคือเรากลัวให้เราลงมือทำกับเรื่องที่กลัว เผชิญหน้ากับมันครับทำไปทำมาความกลัวมันจะหายไป กลายเป็นความกล้าหาญ แต่ถ้ากล้าแบบขาดสติ ขาดปัญญา กล้าบ้าบิ่นก็อาจจะเป็นการฆ่าตัวตายดีๆนี่เอง ดังนั้นจงกล้าแบบมีความรู้และสติปัญญาครับ

5. สร้างนิสัยใหม่ โดยใช้วินัยเป็นตัวกำกับ

           ผู้ที่มีวินัย ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ

ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้นะครับ

เรียบเรียงโดย คติพจน์ จินดาวงศ์