เผย 5 เทคนิค สร้างสุข ในที่ทำงาน

ไม่มีใคร ที่ไม่ปรารถนาความสุข แต่คนส่วนใหญ่ กลับไม่เคยรู้วิธีสร้างความสุข ให้เกิดขึ้นได้เลย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือเพราะเรา กำลังเข้าใจอะไรผิดๆ เกี่ยวกับความสุขอยู่ อยากสุข แต่กลับสร้างเหตุแห่งความทุกข์ แล้วเมื่อไหร่จะได้พบกับความสุขอย่างที่หวังไว้

คนเราฉลาดที่จะเข้าใจคนอื่นได้หมด แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง กลับไม่เคยเข้าใจมันได้เลย มีตัวอย่างที่แสดงเห็น ได้อย่างชัดเจนเรื่องหนึ่ง ก็คือ สมมติเราอยากให้ตัวเองมีความสุข แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เลยพยายามขยันทำงาน  เพื่อให้ได้เงินมามากๆ เพราะคิดว่า เมื่อมีเงินมากแล้ว จะมีความสุข แต่สุดท้าย กลับต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะร่างกายไม่ไหว พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดเป็นทุกข์ขึ้นมาอีก นี่ไงครับ ที่บอกว่า คนเราไม่เข้าใจตัวเอง คิดว่าทำแล้วจะมีความสุข แต่สุดท้ายกลับทุกข์เสียนี่

อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับการสร้างความสุข ที่ยังหาไม่เจอเลยครับ บางครั้งมันอาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เรามาดู 5 เทคนิคสร้างความสุขง่ายๆ ในที่ทำงานกันครับ

1.พอเพียง

พอดี พอมี พอกิน แค่นี้ ก็เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตของเราแล้วครับ ไม่ต้องมีเงินมาก แค่อย่าให้ขาดก็เป็นพอ หากตอนนี้ เงินในกระเป๋า ยังไม่ทำให้ท่านรู้สึกมีความสุข ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า ท่านตั้งเป้าหมาย ให้กับความสุขในชีวิต สูงเกินไปหรือเปล่า คิดว่าต้องมีเงินเท่านั้นเท่านี้ ถึงจะมีความสุข

ถ้าท่านคิดแบบนี้ ความสุขถึงได้ดูเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป อย่าไปเปรียบเทียบ กับเพื่อนร่วมงานที่มีต้นทุนมากกว่าเราครับ ให้ลองมองดูคนที่มีโอกาสน้อยกว่าเราจะดีกว่า เพราะท่านจะเห็นว่า สิ่งที่ท่านมีอยู่นี้ มันดีมากที่สุดแล้ว อยากให้ลองถามตัวเองดูว่า ที่ท่านทุกข์อยู่นี้ เป็นเพราะว่า ”ไม่มี” หรือว่า “ไม่พอ” กันแน่ครับ

2.แบ่งปัน

การเป็นผู้รับ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่การได้เป็นผู้ให้ ถือว่าเป็นความสุข อย่างที่สุดครับ การที่เราจะเป็นผู้ให้ หรือแบ่งปันให้กับคนอื่นได้นั้น เราจำเป็นต้องมีเหลือก่อน เหลือในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า เหลือกิน เหลือใช้นะครับ แต่คือ “เหลือใจ” ที่จะมาเห็นใจผู้อื่น ถ้าท่านไม่เหลือใจแล้ว ต่อให้มีเงินทองมากมายขนาดไหน ท่านก็ว่า ท่านมีไม่พอ ที่จะแบ่งให้คนอื่นอยู่ดี

การแบ่งปัน ไม่จำเป็นต้องรอให้เรามีมากก่อน ถึงจะแบ่งปันได้นะครับ ไม่มีเงิน ก็ใช้แรง ไม่มีแรง ก็ใช้ใจได้ครับ ใช้ใจในการแบ่งปันแนวคิดดีๆให้กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อเป็นกำลังใจให้เขา ได้ผ่านพ้นอุปสรรคในชีวิตไปได้ นี่ถือว่า เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วครับ ดังนั้น การให้ จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียง ทรัพย์สิน หรือเงินทองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วท่าน พร้อมที่จะให้ ได้บ้างหรือยังครับ

3.ใส่ใจ

เมื่อเราอยากมีความสุข แต่คนรอบๆข้างของเรา มีแต่คนที่ทุกข์ แล้วอย่างนี้ มันจะทำให้เราสุข ไปได้อย่างไร ดังนั้น ขอให้ใส่ใจผู้คนรอบข้างที่ทำงานร่วมกัน ให้เวลาในการรับฟังเรื่องราวของเพื่อนร่วมงานบ้าง แชร์สุขทุกข์ซึ่งกันและกัน ย่อมจะทำให้เกิดมิตรภาพที่ดี เมื่อเค้าสบายใจขึ้นแล้วความสุขที่เกิดขึ้นนั้น มันจะส่งผลมายังเราเอง อีกอย่าง จะทำให้ท่านเป็นคนที่มีคนรัก มากที่สุดคนหนึ่งอีกด้วย อย่าหลงลืมคนรอบข้างของท่านนะครับ สุขก็สุขไปด้วยกัน เพราะเวลาทุกข์ จะได้มีคน ช่วยกันดูแล

นอกจากใส่ใจคนแล้ว การใส่ใจงานก็สำคัญ แต่อย่าตกหลุมพรางใส่ใจเฉพาะงานของตัวเอง ขอให้ใส่ใจงานในภาพรวมของบริษัท งานบางอย่างไม่ใช่ความรับผิดชอบของเราโดยตรง แต่การช่วยเหลือของเราจะทำให้เกิดผลลัพธ์ความสำเร็จต่อองค์กรได้ แบบนี้ควรใส่ใจมากกว่างานเฉพาะหน้าของตนเองเสียอีก ทำได้แบบนี้ก็แสดงว่าเราเป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรอย่างมากครับ

4.ไม่สร้างศัตรู

เมื่อมีคนเกลียดเรา ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ความรู้สึกนึกคิดที่ไม่ดีเหล่านั้น มันจะส่งผลมาถึงเราได้ ทำให้เราไม่มีความสุข และจิตใจเราเศร้าหมอง ไม่สดใส ทำอะไรก็มีอุปสรรคไปหมด ผิดกับคนที่มีแต่คนรัก เขาเหล่านั้น จะดูสดใสร่าเริงอยู่ตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะมีแต่คนอยากช่วยเหลือ เห็นแล้วใช่ไหมครับว่า สร้างมิตร ดีกว่าสร้างศัตรู

ยิ่งในสังคมการทำงาน เราต้องเจอกันไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ชั่วโมง หากเรามีศัตรูสักคน ต้องเดินเฉียดกันไปมา ย่อมทำให้เรารู้สึกอึดอัด การทำงานก็ไม่ราบรื่น คนที่ฉลาด จะไม่สร้างศัตรู เพราะเขาไม่เห็นประโยชน์ที่ได้ จากศัตรูที่สร้างขึ้นมาเลย ในเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าจะให้เรายอมคนไปเสียหมด แต่ในทางตรงข้าม อยากให้เราฝึกวางใจเป็นกลาง และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง มีเรื่องอะไรในใจ ก็เริ่มมองตัวเองว่าให้อภัยเค้าได้มั้ย แล้วถ้ามีโอกาสก็เปิดใจคุยกัน เพื่อไม่ให้ความร้าวฉานนั้นลุกลาม

5.ขยันให้ถูกเวลา

ความขยัน เป็นสิ่งที่ดี และนำมาซึ่งความสำเร็จ แต่ขอให้ขยัน ให้ถูกเวลาด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้ว ท่านจะกลายเป็นคนขยัน ที่ไม่มีความสุขเลย หลายท่านทำงานแบบถวายหัว ไม่เสร็จไม่กลับบ้าน เพราะคิดว่า รักษาผลประโยชน์ ให้กับบริษัทเต็มที่ ทำงานจนดึกดื่นเที่ยงคืน เช้าก็รีบกระวีกระวาดมาทำงาน เพื่อหวังว่าจะได้ก้าวหน้าในการงาน

แต่หากท่านทำงานจนป่วยหนัก อาจถึงวันที่บริษัทเลิกจ้างท่านขึ้นมา ท่านก็จะเห็นว่า แม้ไม่มีท่าน บริษัทก็ยังเจริญเติบโตต่อไปได้ เค้าหาคนมาทำหน้าที่แทนท่านได้เสมอ ท่านไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ดังนั้น เราสามารถทุ่มเทให้กับงานที่ทำได้ ขยันให้เต็มที่กับเวลาที่เหมาะที่ควร พอถึงเวลากลับบ้าน ก็ทิ้งงานไว้ ไปใช้เวลามีความสุขกับครอบครัวดีกว่าครับ

อย่าเพียงคิดแต่ว่า รีบทำงานให้เสร็จรีบเลิกงาน เพื่อกลับไปมีความสุขที่บ้านอย่างเดียว ถ้าคิดแบบนี้ วันๆก็คงอยู่แต่กับตัวเอง ไม่สนใจคนอื่น หากต้องทนทุกข์กว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อจะไปมีความสุขแค่ช่วงค่ำๆที่บ้าน คงไม่ดีแน่ ดังนั้นโจทย์ของเราก็คือ ทำอย่างไรเจะสามารถมีความสุขในช่วงเวลาของการทำงานด้วย ดังนั้น 5 เทคนิค สร้างสุขในที่ทำงาน ที่ให้ในบทความนี้ หากเรานำไปปรับใช้ ก็จะช่วยให้ใจของเราเบาสบาย ทำงานอย่างมีความสุข มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบตัว และมีชีวิตการทำงานที่ก้าวหน้าในไปพร้อมๆกัน