10 ความแตกต่างระหว่างปัญญาและความฉลาด

คุณกำลังแสวงหาสิ่งใดกันแน่ ระหว่าง ปัญญาและความฉลาด ?

1.ความรู้ไม่ใช่ปัญญา

แต่ความรู้เป็นสะพานข้ามไปสู่ปัญญา ปัญญาจะเกิดต่อเมื่อข้ามสะพานแห่งความรู้ไปแล้วเท่านั้น ปัญญาคือการตอบสนองไร้รูปแบบ ส่วนความรู้เต็มไปด้วยกฏตายตัว ความรู้จึงมีสภาพไม่ต่างไปจากกรงขัง

ขณะที่ปัญญาคือโลกกว้างใหญ่ที่มีพื้นที่โล่งแจ้ง ความรู้เรียกอีกชื่อว่าความฉลาด ส่วนปัญญาเรียกอีกชื่อว่าความรู้แจ้ง

2.ความฉลาดและปัญญาคล้ายกัน แต่แท้จริงคือฟ้ากับเหว

ความฉลาดคือความรอบรู้โลกภายนอกเพื่อบีบคั้นโลกภายใน ส่วนปัญญาคือความรอบรู้โลกภายในเพื่อเปิดพื้นที่ให้โลกภายนอก ความฉลาดเป็นทางไปสู่ความโง่เขลา ตีบตัน และความทุกข์ทน ส่วนปัญญาเป็นทางไปสู่ความผลิบานและตื่นรู้ของชีวิต

3. ความฉลาดต้องการความมั่นคง แต่ปัญญาต้องการเสรีภาพ

แก่นแท้ของความฉลาดคือความกลัว แต่แก่นแท้ของปัญญาคือความเป็นหนึ่งเดียว ความกลัวทำให้เกิดการแบ่งแยก ส่วนความเป็นหนึ่งเดียวทำให้เกิดปรากฏการณ์หลอมรวมเป็นเอกภาพ

4.ความฉลาดนั้นมองง่าย ส่วนปัญญานั้นมองยาก

เราบอกได้ไม่ยากเมื่อพบคนฉลาด แต่บอกได้ยากนักว่าใครคือผู้มีปัญญา ผู้มีปัญญานั้นนิ่งเงียบ เป็นผู้เฝ้ามอง ขณะที่ผู้มีความฉลาดนั้นเสียงดัง ผู้มีปัญญาจึงคงอยู่ในความธรรมดาแตกต่างกับผู้มีความฉลาด

บางครั้งเราได้พบผู้มีปัญญาโดยไม่รู้ เหมือนได้สัมผัสสายลมเย็น รู้สึกได้ แต่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นภาพ

5.ความฉลาดทำลายโลกให้ย่อยยับ ส่วนปัญญาโอบอุ่มโลกอย่างเงียบๆ

คนฉลาดพันคนทำลายโลก ต้องใช้ผู้มีปัญญาถึงสิบคนจึงรับมืออยู่ นานๆครั้งผู้มีปัญญาจึงถือกำเนิด ส่วนคนฉลาดกำลังล้นทะลักโลกอยู่ขณะนี้

6.ความรู้คือเครื่องมือ คนฉลาดใช้ความรู้สร้างอัตตาตัวตน ส่วนผู้มีปัญญาใช้ความรู้ทำลายอัตตาตัวตน

คนฉลาดสะสมความรู้เพื่อโอ้อวด สร้างประโยชน์ ส่วนผู้มีปัญญาไม่สะสมความรู้ แต่มีความรู้เพื่อใช้ช่วยเพื่อนมนุษย์ ต่อเมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจก็ทิ้งความรู้ไว้ตรงหน้า มิได้แบกหามความรู้ใดๆติดตามไปด้วย คนฉลาดจึงเป็นน้ำเต็มแก้ว ส่วนผู้มีปัญญารักษาความว่างเปล่าไว้เสมอ

7.ความฉลาดออกคำสั่ง แต่ปัญญาให้โลก แต่ปัญญาแสวงหาหนทางพ้นโลก

ความฉลาดมักออกคำสั่งให้โลกเป็นอย่างใจ ให้ดีอย่างใจ ให้ได้อย่างใจ คนฉลาดมุ่งมั่นเปลี่ยนโลก ส่วนผู้มีปัญญาแสวงหาหนทางพ้นโลก ความฉลาดมุ่งหน้าเอาชนะ ส่วนปัญญาโอนอ่อนผ่อนตาม ความฉลาดจึงมีแต่สงครามเพื่อให้โลกถูกต้องอย่างใจตน ขณะที่ปัญญามีแต่งานเลี้ยงเต้นรำ

8.ความฉลาดมุ่งหาความสำเร็จ ส่วนปัญญาเปิดรับทั้งความล้มเหลวและสำเร็จโดยเท่าเทียม

ความฉลาดจึงจมกองทุกข์ ส่วนปัญญาเป็นนักโต้คลื่น รู้ลม รู้ฟ้า รู้ทางหนีทีไล่พร้อมรับเผชิญทุกสิ่ง

9.ความฉลาดแสวงหาความพิเศษ มักเมินหน้าหลีกหนีความธรรมดา ส่วนปัญญาเพียงตระหนักรู้ในทุกสิ่ง

ไม่มีทั้งความพิเศษและความธรรมดา ปัญญาอยู่ด้วยตนเอง ไม่ขึ้นกับสิ่งใดๆ ปัญญาไม่มีสีสัน และไม่มีสิ่งใดๆแปดเปื้อนให้เกิดสีสันได้ สิ่งภายนอกทั้งความพิเศษและความธรรมดาจึงไม่มีผลใดๆ ต่อความตระหนักรู้ของปัญญาเลย

10.ท่านทั้งหลายจงมุ่งแสวงหาปัญญา อย่าได้ติดกับดักของความฉลาด

แม้ติดกับดักของความฉลาดแล้ว ชีวิตของท่านย่อมถูกลวงตาให้แสวงหาความปลอดภัย ท่านจะไม่มีวันพบ เพราะชีวิตไม่เคยให้ความปลอดภัยและความมั่นคงแก่ผู้ใด ด้วยเนื้อแท้ของชีวิตนั้นคือความโลดโผนโจนทะยาน

มีเพียงปัญญาเท่านั้นที่ทำให้เกิดความสงบนิ่งกลางพายุ เพราะปัญญาไม่เคยปฏิเสธสิ่งใด และปัญญาไม่เคยให้ค่าสิ่งใด ปัญญาเพียงตระหนักรู้ และโอบรับสิ่งต่างๆไว้เท่านั้น เมื่อท่านมีสติปัญญา สติปัญญาจะนำพาท่านสู่แสงสว่าง ไม่ใช่แสงสว่างที่มาจากภายนอก

แต่เป็นแสงสว่างที่มาจากภายใน ชีวิตท่านย่อมไม่ขึ้นต่อสิ่งภายนอก ท่านจะกลับคืนสู่ความเป็นอมตะ ไม่มีมืด ไม่มีสว่าง ไม่มีกว้าง ไม่มีแคบ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ เป็นภาวะที่เป็นเพียงภาวะ และนั่นคือบ้านที่แท้จริงของท่านทั้งหลาย

บทความโดย พศิน อินทรวงค์

ติดต่องานบรรยาย(วิทยากร) /พูดคุย/ฝากคำถาม
ติดตามผลงานหนังสือ
หรือติดตามอ่านบทความดีๆ ก็สามารถเข้ามาได้ที่
เพจ พศิน อินทรวงค์ (กรุณาพิมพ์เป็นภาษาไทยนะครับ)
https://www.facebook.com/talktopasin2013