10 เทคนิคที่เวิร์คเสมอ เมื่ออยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

        “เคยมีการทดลองปล่อยหนูเข้าไปหาอาหารในเขาวงกตจำลอง เพียงไม่กี่ครั้งที่ไม่เจออาหาร หนูจะเปลี่ยนเส้นทางทันที ในขณะที่มนุษย์บางคนสามารถทำสิ่งเดิมซ้ำๆ ได้ตลอดชีวิต โดยที่ไม่เจออาหารเลย” การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการของมนุษย์ มาดูกันซิว่า คุณจะใช้เทคนิคอะไร เมื่ออยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

        โดย 9 ข้อแรกเป็นการเพิ่มพลังในการเปลี่ยนแปลงตนเอง ส่วนข้อสุดท้าย เป็นการกำจัดแรงต้านที่ฉุดรั้งความสำเร็จไว้

1.ต้องรู้ว่า สิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนได้หรือไม่

“จงเลือกสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้”

       พฤติกรรมคนเรามีทั้งเปลี่ยนได้และไม่ได้นะครับ ไม่ใช่จะเปลี่ยนกันได้ทุกอย่าง กล่าวคือ

1.1 นิสัย หรือบ้างก็เรียกว่าบุคลิกประจำตัว สิ่งนี้เหมือนฟ้าลิขิตมาเปลี่ยนยากมาก เช่น เป็นคนชอบสังคม ชอบมีโลกส่วนตัว อ่อนไหวง่าย ขี้สงสัย ช่างพูด ฯลฯ

1.2 รสนิยมและความเชื่อ เช่น ชอบแต่งรถ ชอบสัก ชอบผู้หญิงผมยาว ชอบใส่เสื้อสีแดง ชอบเลขมงคล ฯลฯ

อันนี้ก็เปลี่ยนยากอีกเหมือนกัน อย่าไปฝืนเลยครับ คุณจะเสียพลังงานโดยใช่เหตุ

1.3 ความเคยชิน สิ่งนี้แหละครับ ที่เปลี่ยนแปลงได้ และควรเปลี่ยน หากมันไม่ส่งผลดีต่อชีวิตคุณ

เช่น กินเค็มจัด หวานจัด ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ ไปทำงานสาย เป็นต้น

2.ตอบตัวเองให้ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ มันสำคัญกับชีวิตคุณอย่างไร

“การตั้งเป้าหมายนั้นจำเป็น แต่เป้าหมายนั้นมันสำคัญจริง ๆ หรือเปล่า”

คำถามที่ต้องตอบได้คือ

2.1 หากเปลี่ยนแปลงตนเองสำเร็จ ชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร

2.2 หากไม่เปลี่ยน ชีวิตจะแย่อย่างไร

หากเปลี่ยนแล้วชีวิตดีขึ้น จะลังเลอยู่ทำไมล่ะครับ

3. มองเห็นภาพตนเองอย่างชัดเจน เมื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ

“นักวิ่งย่อมมองเห็นภาพตนเองตอนเข้าเส้นชัย”

       ข้อนี้เป็นเทคนิคของศาสตร์จิตใต้สำนึก และเป็นกฎของแรงดึงดูดด้วย ยิ่งภาพของเป้าหมายคุณแจ่มชัดมากเท่าไร แรงดึงความสำเร็จก็จะทวีพลังมากขึ้นเท่านั้น

       เพื่อความชัดเจน ผมแนะนำให้วาดรูปความสำเร็จนั้น ลงบนกระดาษเลยครับ  เติมสีสันให้เหมือนจริง แล้วคุณจะกลายไปเป็นคนในภาพนั้นในที่สุด

4.อย่าลังเล

“ความลังเลเหมือนเหยียบเบรกชะลอความเร็วของความสำเร็จ”

       เพราะความลังเล กังวล สับสน ในใจจะเป็นเสมือนขั้วแม่เหล็กผลักความสำเร็จของคุณให้ไกลออกไป กำจัดความลังเลสงสัยออกไป ด้วยคำถามที่ว่า “ฉันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตหรือ?”

       ถ้าถามกี่ที ๆ ก็ตอบว่า ‘ไม่’ ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป

5.เขียนเป้าหมายลงบนกระดาษ

“การคิดเป้าหมายอยู่แค่ในใจนั้น มันพร้อมจะลบเลือนไปกับความฝัน”

      จงเขียนเป้าหมายที่เป็นไปได้นั้นลงบนกระดาษด้วยคำพูดปัจจุบัน ไม่มีคำว่า ’จะ’ และกำหนดเวลาอย่างชัดเจน

เช่น ฉันลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม ภายในเดือนกรกฎาคม  คำพูดนี้จะถูกบันทึกลงสู่จิตใต้สำนึกของคุณ โดยอัตโนมัติ

6.หาคนที่มีลักษณะพื้นฐานคล้ายเรา มาเป็นตัวอย่าง

“มนุษย์ล้วนมีบุคคลต้นแบบที่อยากทำตามเสมอ”

      เช่น ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวให้เหมือนบุคคลต้นแบบ คน ๆ นั้นก็ควรมี รูปร่าง สีผิว ใกล้เคียงกับเรา เพราะมีความเป็นไปได้สูง ที่เราจะเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จและคุณก็จะมีกำลังใจต่อไปเรื่อย ๆ

7.หาความรู้ในสิ่งที่ต้องการจะเป็น

“อยากเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น”

      วิธีที่ง่ายที่สุดคือ เดินเข้าไปร้านหนังสือหรือห้องสมุด เลือกหยิบหัวข้อที่คุณสนใจจะเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยเฉพาะนิตยสารเฉพาะเรื่องนั้น ๆ จะมีข้อมูลดี ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนซ่อนอยู่ก็ได้ครับ

8.หาวิธีการที่ดีที่สุดในการไปสู่จุดหมาย

“ถ้าอยากขึ้นไปบนยอดเขา คุณจะนั่งรถหรือปีนขึ้นไป”

       วิธีการที่มีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ง่ายและเร็วขึ้น ในทางตรงกันข้าม วิธีการที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ชีวิตคุณยากขึ้นและเสียกำลังใจ ซึ่งวิธีการนั้นหาได้ไม่ยาก เพราะมีอยู่เกือบทุกอย่างแล้วบนโลกอินเตอร์เน็ต

       เพียงแค่คุณวิเคราะห์ดูความน่าเชื่อถือของข้อมูลให้เป็น เช่น ถ้าเป็นงานวิจัยก็ย่อมน่าเชื่อถือกว่าแค่การรีวิว หรือถ้าเขาทำได้สำเร็จด้วยวิธีการตามที่บอกมาแล้ว ย่อมน่าเชื่อถือมากกว่าแค่พูดตามทฤษฎี

9.เข้าสังคมกับคนแบบที่คุณอยากเป็น

“อยู่ใกล้คนแบบไหน คุณก็มีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น”

       คุณอยากเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างไร ก็ควรเข้าไปทำความรู้จักกับคนที่เป็นแบบนั้น มีหลายวิธี เช่น การเข้าสัมมนา เข้าชมรม สมาคม สมัครเข้ากลุ่มใน Facebook หรือ กลุ่มใน Line เป็นต้น

       ลองสำรวจดูก็ได้ครับว่า ใครคือคนที่ชวนคุณไปออกกำลังกายเย็นนี้

ใครเป็นคนชวนคุณไปเที่ยวบาร์คืนนี้

ใครชวนคุณไปงานสัมมนาวันเสาร์นี้

บุคคลรอบตัวมีอิทธิพลกับเราเสมอครับ

10.สำรวจแรงฉุดรั้งแล้วกำจัดมันทิ้งไป

“นักกีฬาย่อมต้องรู้ว่าใครคือคู่ต่อสู้ และจะแก้เกมได้อย่างไร”

       เขียนอุปสรรค ที่ทำให้พลังในการก้าวไปข้างหน้าลดลง เช่น มีคนมาพูดให้เราเสียกำลังใจ ตีความในด้านลบไปเอง จมอยู่กับอดีตที่เคยล้มเหลว เป็นต้น

       แล้วหาหลักฐานมายืนยันว่าความคิดที่บั่นทอนกำลังของเรานั้น ไม่เป็นความจริง เช่น หากมีคนพูดให้คุณกลัว ก็หาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพูดไม่เป็นความจริงหรือหยุดตีความในด้านลบเกินกว่าที่ควรจะเป็น

นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า

“ความบ้า คือการกระทำอย่างเดิมซ้ำๆ ทั้งที่มันไม่ได้ผล แล้วหวังว่าการกระทำแบบเดิมจะสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่าง”

คนจำนวนไม่น้อยยืนยันที่จะทำแบบนั้น แต่วันนี้ ผมหวังว่าคุณจะไม่เป็นแบบนั้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงตนเองบางอย่าง

ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น

กุลพงษ์  – Learning Hub Team