3 ความเชื่อผิดๆ ในการค้นหาตัวเอง

            ทำไมคุณถึงยังค้นหาตัวเองไม่เจอสักที?

   รู้ไหมครับว่าสาเหตุที่ทำให้คุณ “หาตัวเองไม่เจอ” มาจากการที่คุณมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการ “รู้จักตัวเอง” อยู่ในหัว

ถ้าวันนี้คุณต้องการค้นหาตัวเองให้พบจริงๆ ล่ะก็ คุณจะต้องขจัด 3 ความเชื่อผิดๆ ของการค้นหาตัวเองออกไปซะก่อน

มาดูกันครับว่า ไอ้ความเชื่อผิดๆ เหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง?

1.เชื่อว่า… ถ้าฉันรู้จักตัวเอง ฉันจะสำเร็จเหมือนคนสำเร็จคนอื่นทันที

          ผมมักจะได้ยินคนพูดว่า..สาเหตุที่พวกเขายังไม่สำเร็จเหมือนคนอื่นๆก็เพราะพวกเขากำลังทำสิ่งที่ไม่เหมาะกับเขา  แล้วเริ่มตั้งขอสันนิฐานกับตัวเองว่า…   “สิ่งที่เขากำลังทำนั่น ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับฉัน”

“ฉันคงยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร?”

          รู้หรือเปล่าครับ?…. ไอ้ความคิดที่ว่า…. “ถ้าฉันรู้จักตัวเองแล้วฉันก็จะต้องมีผลลัพธ์ เหมือนคนที่รู้จักตัวเองคนอื่นๆ ได้ทันที” ถือเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของคนที่กำลังค้นหาตัวเองเลย!!

       คุณจะไม่มีวันรู้จักตัวเอง ตราบใดที่สายตาของคุณ ยังจับจ้องไปที่คนอื่นและคอยเอาแต่เปรียบเทียบสิ่งที่คุณมีกับสิ่งที่คนอื่นมี

        การรู้จักตัวเอง คือการตระหนักรู้ว่า “คุณคือใคร”   คุณทำอะไรได้ดี แรงบันดาลใจของคุณคืออะไร  และรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังอยู่ตรงไหน และต้องการจะไปไหน

        ส่วนความสำเร็จนั้น จะเกิดขึ้นจากการที่คุณมีความชัดเจนว่า คุณคือใครและ “ลงมือทำ” จนประสบความสำเร็จ

ตัวอย่าง: คนที่วันๆ ชอบคลุกอยู่กับการทำขนมเค้ก เชื่อว่าตัวเองชอบทำขนมเค้กและสนุกกับมันมากๆ แต่พอหันไปมองคนอื่นที่เขาขายของออนไลน์เห็นเขาได้เงินเยอะและประสบความสำเร็จมีรายได้ที่ดีก็กลับมาทำร้ายตัวเองด้วยความคิดที่ว่า…สงสัยการทำขนมเค้กจะไม่ใช่ตัวตนของฉันเพราะมันไม่เห็นทำเงินเหมือนคนที่เขาชอบขายของเลย

วิธีการแก้ไขความเชื่อผิดๆ  :   แยกแยะให้ออกว่าการรู้จักตัวเอง คือการกลับมาถามตัวเองว่า “เราคือใคร?”

“เราต้องการผลลัพธ์อะไรในชีวิตจริงๆ กันแน่?”   ส่วนความสำเร็จ เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการ “ลงมือทำ” นะจ๊ะ

2.เชื่อว่า… ฉันต้องรู้จักตัวเอง 100% ก่อน แล้วค่อยลงมือทำ จะได้ไม่พลาด

        คนที่คิดแบบนี้มักมีความเชื่อที่ว่าการรู้จักตัวเอง คือสิ่งที่ทำครั้งเดียวจบเหมือนการเรียนจบชั้นประถมแล้ว ก็ไม่ต้องกลับไปเรียนอีก  แต่การค้นหาและรู้จักตัวเองนั้นมันเป็นงานศิลปะครับมันไม่ใช่ศาสตร์ที่จะมานั่งเรียนรู้ และก็จบไปในทีเดียว  แต่คุณจะต้องสร้างประสบการณ์และรับฟังเสียงหัวใจตัวเองอยู่เสมอเพื่อที่จะรู้จักตัวเอง… มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

       ทุกๆ ก้าวที่คุณก้าวและทุกๆ ประสบการณ์ คือการสำรวจทุกพื้นที่ของชีวิต  ทุกๆ การพิจารณาและการรับฟังเสียงหัวใจ คือการเข้าใจและทำความรู้จักกับตัวเอง

       การไม่ทำอะไรเลย ไม่ช่วยให้คุณชัดเจนกับตัวเองหรอกนะครับ คุณต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง: คนที่ไม่กล้าลงมือทำสิ่งใหม่ๆ เพราะกลัวว่าถ้าทำไปแล้วจะเสียเวลา พอได้เรียนรู้อะไรมาแล้ว เกิดไอเดีย

แต่ก็ไม่กล้าลงมือทำสักที กลัวเสียเวลาเปล่า กลัวทำแล้วผิดหวัง กลัวทำแล้วไม่สำเร็จอย่างที่คาดหวังเอาไว้  ชีวิตก็เลยติดอยู่กับวังวนของไอเดียดีๆ ที่ไม่เคยถูกนำมาลงมือทำจริงๆสักที

       วิธีการแก้ไขความเชื่อผิดๆ:   ออกไปทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำ  พบปะ พูดคุยกับผู้คนใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยพบหรือเข้างานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องการค้นหาตัวเองที่เน้นในเรื่องการสร้างประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่ให้ความรู้!

จงออกไปลงมือทำในสนามชีวิต แล้วคุณจะ “ชัดเจน” มากขึ้นครับ

3.เชื่อว่า… การไม่รู้จักตัวเองเป็น “ปัญหา”

          ใช่ครับคุณอ่านไม่ผิด ความคิดที่ว่า..“การไม่รู้จักตัวเอง เป็นปัญหา”  คือความเชื่อที่ผิดพลาดของคนที่กำลังค้นหาตัวเองครับ  ถ้าวันนี้คุณใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนและเขาคนนั้น บอกคุณทุกเรื่องที่เขาคิด

ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาจะบอกคุณก่อนเสมอ

ไม่ว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาจะเล่าให้คุณฟัง

ไม่ว่าเขาชอบ/ไม่ชอบอะไร คุณคือคนที่จะรู้เป็นคนแรก   และคนๆ นั้นอยู่กับคนตลอดเวลา  ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า จนเข้านอน คุณใช้ชีวิตกับเขาคนนี้มาตลอด…. 1 ปีเต็ม!!!  คุณคิดว่า…. “คุณจะรู้จักเขาดีขนาดไหน?”

         แน่นอนคุณต้องบอกว่า โคตรรู้ไส้รู้พุงเลยจริงไหมครับ  ถ้าอย่างนั้นคุณสงสัยไหมว่าทำไม ทั้งๆ ที่คุณ “อยู่กับตัวเอง” แบบนี้มากี่สิบปีแล้วล่ะครับ?

          ทำไมคุณถึงบอกว่า… คุณยังค้นหาตัวเองไม่เจอ!!

ผมขอแบ่งปันแบบนี้ครับ….

         จริงๆ การไม่รู้จักตัวเองมัน “ไม่ใช่ปัญหา” เลยแต่การไม่รู้จักตัวเอง คือ “ผลลัพธ์” ต่างหาก   การไม่รู้จักตัวเองเป็น ผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นจากการที่คุณลืมที่จะรัก และศรัทธาในตัวเอง  เกิดจากการที่คุณไม่เคยฟังเสียงของหัวใจตัวเองเลย!!

          คุณเฝ้ามองสิ่งที่คนอื่นทำได้มากเกินไปและลืมให้เวลาสนใจและใส่ใจในสิ่งที่ตัวคุณมี  ความรู้สึกสนุกและชื่นชมกับชีวิตที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมในวัยเด็กถูกทำให้ลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลาและประสบการณ์แย่ๆ เพราะคุณดูถูกชีวิตคุณเอง เพราะคุณไม่เห็นคุณค่าในชีวิตตัวเอง   เพราะคุณไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณมีหรือความสำเร็จที่คุณทำ

คุณจึง…. “ไม่รู้จักตัวเองสักที”

ตัวอย่าง: ผมมีลูกศิษย์ที่เก่งเรื่องการขายมากๆ เป็น Top Sale ของบริษัท ทำยอดขายได้เกิน 7 หลัก

แต่เขากลับไม่เคยเชื่อมั่นและคิดว่าตัวเองเจ๋งเลย พอคิดว่าตัวเองไม่ดีพอก็ได้แต่ไปติดตามคนอื่น เข้าเรียนรู้กับคนอื่น ชื่นชมคนอื่น

          แต่เขาพึ่งมาตระหนักได้ว่าจริงๆ แล้วเขามีของดีในตัวเพียบ เขามีจุดเด่นที่เจ๋งมากๆและบางสิ่งที่เขามี… แม่มเจ๋งกว่าคนที่เขาไปติดตามด้วยซ้ำ!!

วิธีการแก้ไขความเชื่อผิดๆ:  ถ้าคุณอยากรู้จักตัวเอง ต้องการที่จะทำในสิ่งที่มันเต็มเต็มคุณค่าในชีวิตเริ่มต้นจากการดึงพลังความรัก และความศรัทธาในตัวเอง กลับมาก่อนนะครับ

ผมแนะนำให้คุณเขียนรายการความสำเร็จในอดีต เขียนบันทึกเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อฝึกให้ใจของคุณ กลับมารักและศรัทธาในชีวิตเสียก่อนครับ

และข้อสุดท้าย ผมแถมให้

4.(แถม)เชื่อว่า… “วิธีการสู่ความสำเร็จ” สำคัญกว่า “การใช้เวลาค้นหา และรู้จักตัวเอง”

         โลกปัจจุบันนี้ เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลอะไรๆ ก็หาได้ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วมือเท่านั้น  คนจำนวนมากที่ยังไม่รู้จักตัวเองจึงพยายามค้นหาวิธีการสู่ความสำเร็จ  โดยที่เขาหวังว่า เมื่อเขามีวิธีการที่ดี เมื่อเขาประสบความสำเร็จแล้ว

เขาจะรู้จักตัวเองได้ง่ายขึ้น!!

       แต่คุณลองมองไปในโลกของความเป็นจริงนะครับ คนที่ประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่มีความสุข สดใสนั้น

พวกเขาล้วนเริ่มต้นจากการรู้จักตัวเอง รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตเขาก่อนที่เขาจะหาวิธีการสู่ความสำเร็จทั้งสิ้น

       หนังสือ Success Build To Last หรือ “ความสำเร็จที่ยั่งยืน” ได้สัมภาษณ์บุคคลผู้ประสบความสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง นานกว่า 20 ปี จากการสัมภาษณ์คนกลุ่มนี้กว่า 200 คน ตั้งแต่ เศรษฐีพันล้าน CEO ประธานาธิบดี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาต่างๆ  พวกเขาอาจมีวิธีการสู่ความสำเร็จที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันก็คือ… “พวกเขาตัดสินใจ เลือกแต่สิ่งที่สำคัญต่อชีวิตเขาเท่านั้น”  พวกเขารู้จักตัวเองว่าตัวเองต้องการอะไร ตัวเองเป็นใคร และใช้ชีวิตบนพื้นฐานความเชื่อมั่นนั้นตลอดเวลา

       จากนั้นพวกเขาค่อยค้นหา “วิธีการ” ที่จะช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในภายหลัง

ตัวอย่าง:

       ลูกศิษย์ผมคนหนึ่ง เป็นคนบ้าความสำเร็จมากๆ เขาพร้อมที่จะศึกษาความรู้ เกี่ยวกับเครื่องมือ และเทคนิคใหม่ๆ เสมอ

ตอนที่มาเข้า Workshop เพื่อค้นหากับตัวเองกับผมใหม่ๆ เขาก็ยังแอบเถียงผมในใจว่า… “มันไม่เห็นจะสำคัญอะไรเลย” (ไม่รู้หลงมาเข้าคอร์สผมได้ยังไง)  แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมาขอบคุณและสารภาพกับผมว่า…. ที่ผ่านมาเขาเลือกทางผิดมาตลอด!

       เขาเคยคิดเสมอว่า เขาจะใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อมาเติมเต็มความสำเร็จ และความสุขในชีวิตของเขา แต่พอได้ทำความรู้จักตัวเองจริงๆ  เขากลับพบว่า… ความพยายามที่จะสำเร็จ พยายามหาเครื่องมือใหม่ๆ เทคนิคเจ๋งๆ นั่นไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตของเขาจริงๆ เลย  เขาพยายามทำสิ่งนั้นเพื่อให้คนอื่นยอมรับ  พยายามทำสิ่งนั้นเพื่อให้ดูดีในสายตาคนอื่นและบางครั้งก็ดันไปพยายามพิสูจน์ตัวเองกับคนที่ไม่ได้สำคัญอะไรในชีวิตเลยด้วยซ้ำ!!

วิธีการแก้ไขความเชื่อผิดๆ:  ถ้าคุณคือคนที่ต้องการรู้จักตัวเอง ต้องการประสบความสำเร็จในแบบที่โดดเด่นและแตกต่างในแบบฉบับของคุณเอง

ลองถามตัวเองดูครับว่า..

“คุณให้ความสำคัญกับการรู้จักตัวเองมากพอหรือยัง?”

 

กิตติ ไตรรัตน์

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง National Director ของ The Passion Test ประจำประเทศไทย

ผู้มีความฝันและแรงบันดาลใจที่จะสนับสนุนให้ผู้คน มีอิสรภาพจากภายในใจ

www.KittiTrirat.com