3 วิธีขอเจ้านายย้ายแผนกอย่างราบรื่น

ในการทำงานในองค์กรใหญ่มันต้องมีบ้างที่จะเบื่องานตัวเอง รู้สึกว่างานตัวเองไม่ท้าทายและไม่ตอบโจทย์เป้าหมายในชีวิต อยากที่จะเปลี่ยนบริษัทใหม่แต่ก็ไม่อยากรับผิดชอบและอยู่ในหน้าที่เดิม เหมือนกับว่าแค่เปลี่ยนบริษัททำงานแต่ทว่าก็ต้องทำหน้าที่เดิม ๆ ต่อไป

ถ้าคุณมีความรู้สึกนี้และอยากลองทำงานแผนกอื่นที่คิดว่าสามารถต่อยอดกับอาชีพของตัวเอง ทำให้ตัวเองรู้รอบด้านขึ้นและเก่งขึ้น ซึ่งการทำอย่างงั้นอาจเป็นการย้ายแผนกหรือย้ายสายงานก็เป็นได้ แต่จะบอกกับเจ้านายตรง ๆ ว่าขอไปอยู่แผนกอื่น ก็อาจทำให้ทีมและเจ้านายปัจจุบันดูไม่ดีในสายตาคนนอก นอกจากนี้คนในทีมอาจจะมองว่าคุณกำลังเห็นแก่ตัวที่ทิ้งทีมงานไปในช่วงนี้

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มปฎิบัติการในการเข้าไปคุยกับเจ้านาย คุณควรมี 3 สิ่งนี้ในใจเพื่อช่วยเตือนสติและให้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณในที่ทำงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายและไม่มีปัญหาที่สุด

1. โฟกัสที่งานปัจจุบัน

ทุกครั้งที่คุณคิดว่าอยากจะย้ายไปอยู่ทีมใหม่ หรืออยู่แผนกอื่น คุณควรที่จะต้องทำงานที่คุณรับผิดชอบให้ดีซะก่อน การที่คุณทำงานในตำแหน่งงานของคุณดีอยู่แล้ว จะทำให้คุณมีชื่อเสียงดี ๆ มีเสียงชื่นชมทั้งในแผนกและนอกแผนก ทำให้คนต่างแผนกมองคุณในแง่บวกและอยากทำงานร่วมกับคุณมากขึ้น

ไม่ใช่เพียงแต่แค่ทำงานดีเท่านั้น คุณต้องสร้างผลงานให้โดดเด่น ให้ทั้งคุณและเจ้านายของคุณได้หน้า ได้รับความชื่นชมจากทีม Management ซึ่งทำให้ผู้บริหารหันมาสนใจคุณมากขึ้น คุณอาจนำเสนอโปรเจ็คใหม่ ๆ ที่คุณริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นมาเองก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ทำให้บริษัทประหยัดเงินมากขึ้น วิธีที่หาลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้บริษัทมากขึ้น และอื่นๆ

นอกจากนี้คุณไม่ควรที่จะให้ความสำคัญกับงานอื่น ๆ มากกว่างานที่ตัวเองรับผิดชอบ และอย่าลืมที่จะพัฒนาสกิลของคุณให้มากขึ้นและให้แมชกับตำแหน่งงานหรือแผนกที่คุณอยากย้ายไป เช่น ถ้าคุณอยากย้ายจากการเป็นเซลล์ไปเป็นฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง สิ่งหนึ่งที่คุณควรมีคือสกิลการวางแผน Strategic thinking อย่างเป็นระบบ

2. พูดกับเจ้านายตรง ๆ

มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณควรจะแจ้งเจ้านายที่เป็น Direct report ของคุณก่อน คุณอาจหาเวลาที่สะดวกทั้งคู่ นอกเวลางาน หรือ มิตติ้งเลี้ยงส่งคนในบริษัท จะช้าหรือเร็วเจ้านายคุณต้องรู้และเขาควรจะรู้เป็นคนแรก ๆ ถ้าคุณและเจ้านายมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน คุณอาจขอความช่วยเหลือจากเจ้านายของคุณให้พูดกับผู้ใหญ่ให้

แต่ถ้าคุณทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่แย่ หรือพูดง่าย ๆ ว่าไม่ถูกจริตกันในเรื่องงาน คุณอาจปรึกษากับคนที่ตำแหน่งสูงกว่าในเรื่องของการย้ายแผนก และอย่าลืมว่า ไม่ว่าเจ้านายคุณจะแย่แค่ไหน ทำงานเอาหน้ามากแค่ไหน มีความผิดพลาดมากแค่ไหน หรือไม่เคยปกป้องคุณเลย คุณก็ไม่ควรเอาเจ้านายคุณไปพูดในทางที่แย่

คุณไม่ควรสร้างศัตรูในโลกของการทำงานเพราะคุณไม่รู้ว่าใครคือพวกใครและในสายตาคนอื่นคุณยังดูแย่อีกด้วยเพราะว่าเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องความชอบส่วนตัว คุณจะดูไม่มืออาชีพ และทำให้เจ้านายคนใหม่ไม่ปลื้มกับพฤติกรรมการนินทาและการสร้างข่าวลือแก่เจ้านายคนเก่า ๆ คนเราทุกคนย่อมมีพื้นที่สีเทากันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีมากกว่าใคร และคุณไม่ควรเอาชื่อเสียงของคุณไปเสี่ยงกับการกระทำแบบนี้

3. มีโจทย์ชีวิตที่ชัดเจน

เหตุผลที่ดีที่สุดในการย้ายแผนกคือการอ้างเรื่องของ Career Path มันคืออนาคต มันคือสิ่งที่คุณฝันไว้ มันคือตำแหน่งงานที่คุณอยากเป็น มันคือก้าวสำคัญที่ทำให้การประกอบอาชีพของคุณสำเร็จ และคุณต้องการสิ่งนั้นตอนนี้ ในเวลานี้ มันคือจังหวะที่เหมาะสมที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อออกจาก Comfort zone ของตัวเอง

มันคือแผนชีวิตของคุณ ถ้าคุณใช้เหตุผลนี้ และคุณมีความสามารถในการทำงาน สกิลของคุณสามารถช่วยต่อยอดและพัฒนาความก้าวหน้าให้บริษัทได้ แน่นอนว่าบริษัทต้องการตัวคุณอยู่แล้ว การที่คุณรู้รอบด้านเท่าไหร่ และการที่คุณทำงานในหลาย ๆ ฟังก์ชันได้ จะยิ่งเป็นประโยชน์กับองค์กรมากขึ้นเท่านั้น และคุณควรที่จะมีเส้นตายที่ชัดเจนให้กับเจ้านายและบริษัทในการประกอบการตัดสินใจ

ถ้าเจ้านายและผู้บริหารระดับสูงให้เหตุผลว่าตำแหน่งไม่ว่าง คุณต้องถามต่อว่า แล้วจะว่างเมื่อไหร่ มีแผนที่จะเปิดรับเพิ่มไหม และเปิดเมื่อไหร่ และคิดว่าจะให้โอกาสคนในบริษัทก่อน หรือจ้างคนใหม่ ถ้าองค์กรและบริษัทของคุณให้คำตอบที่ไม่ชัดเจน มีการเลื่อนและผลัดออกไปเรื่อย เจ้านายพูดอีกอย่าง HR พูดอีกอย่าง แสดงว่าคุณกำลังถูกหลอกแล้ว

คุณควรหาบริษัทอื่นเพื่อขยับขยายช่องทางการทำงานของตัวเอง คุณควรมีแผนสำรองมากกว่าหนึ่งแผน ในกรณีที่แผนสองพลาด แผนสามและสี่ยังตามมา อย่าให้คุณเป็นตัวเลือกของเขา แต่ทำให้พวกเขาเป็นตัวเลือกคุณ

เรียบเรียงโดย Learning Hub Thailand

(ที่มา: http://www.lifehacker.co.uk/2016/01/12/how-to-tell-your-boss-that-you-want-to-transfer-to-another-team)