5 ขั้นตอน detoxใจ ให้กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง

           ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป แต่บางทีอะไรหลายๆ อย่างมันก็ช่างรัดตัวเสียจริงจนแทบจะดิ้นไปไหนแทบไม่รอด ทุกๆ คนย่อมเคยเจอจุดที่เหมือนว่าทุกอย่างถึงทางตันและมองไม่เห็นอนาคตกันทั้งนั้นค่ะ  

           หากคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งกำลังรู้สึกอึดอัดและเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่ต้องพบเจอในชีวิตทุกวัน  Learning Hub Thailand ขอนำเสนอ 5 ขั้นตอนดีท๊อกใจให้มีพลังฮึดสู้ต่อกันอีกครั้ง ลุยกันอีกซักยกค่ะ  

 1.หากไม่ไหว ก็ร้องไห้ระบายออกมาบ้าง 

          มันก็เหมือนกับเวลาที่เราโดนงูพิษกัด เราก็ต้องถอนพิษนั้นออกมา โดยการถอนมันออกมานั้นอาจจะมีฟกช้ำดำเขียวให้เจ็บปวดกันบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาเราก็ต้องทำค่ะ 

         หากคุณกำลังรู้สึกท้อแท้ในชีวิต สิ่งแรกที่คุณควรจะทำเลยคือการระบายมันออกมาให้หมด คุณอาจจะเลือกวิธีร้องไห้ให้หายอัดอั้นตันใจ หรือเลือกคนที่เราไว้ใจได้สักคนเช่นคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทในการระบายเรื่องทุกข์ใจที่เกิดขึ้นกับคุณให้เขารับรู้ บางทีเขาอาจจะมีทางออกดีๆ เพื่อช่วยคุณก็ได้ค่ะ 

          เราเข้าใจว่ามันอาจจะเจ็บปวดไปซักหน่อยหากคุณจะต้องมานั่งนึกถึงเรื่องราวที่ทำให้คุณไม่สบายใจอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ลบล้างเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้อยู่ดี ซึ่งการระบายนี้จะช่วยผ่อนปรนความอัดอั้นนี้ได้ค่ะ  

 2.วางทุกสิ่งทุกอย่างและใช้เวลากับตัวเองในสิ่งที่คุณชอบทำ 

          เมื่อคุณระบายมันไปแล้ว สิ่งต่อมาที่คุณควรจะทำก็คือการวางทุกสิ่งทุกอย่างลงและลองใช้เวลาอยู่กับตัวเองดูค่ะ ลองอยู่ในห้องเงียบๆ ปิดมือถือและหยุดงานสักวัน หาหนังสือที่ตัวเองชอบและอ่านมันไปเรื่อยๆ พร้อมกับฟังเพลงสบายๆ ให้จิตใจผ่อนคลาย  

          หรือหากคุณมีกำลังทรัพย์ บางทีคุณอาจจะเลือกไปเที่ยวที่ไหนซักที่ จัดทริปเล็กๆ ซักทริปที่คุณสามารถไปเที่ยวคนเดียวได้ การออกไปเจอโลกข้างนอกและได้ลองผจญภัยเล็กๆ ด้วยขาของคุณเองจะทำให้คุณลืมเรื่องที่ทำให้คุณทุกข์ใจไปได้และได้ลองเห็นวิถีชีวิตที่ต่างออกไปซึ่งอาจจะเปิดมุมมองของคุณได้มากขึ้น 

          หรือไม่หากคุณยังคิดไม่ออกว่าจะไปไหนดี ลองคิดดูก็ได้ค่ะว่าตัวเองชอบทำอะไรเป็นพิเศษ เช่นหากคุณชอบงานปัก ก็ลองออกไปหางานปักเล็กๆ มาทำดู หรือชอบวิ่ง โยคะ หรือว่ายน้ำ ก็เอาเลยค่ะทำให้เต็มที่ ขออย่างเดียวคืออย่าปล่อยให้ตัวเองว่างและหวนนึกถึงเรื่องที่ทำให้เครียด 

 3.ตระหนักถึงปัญหาที่ตัวเองเผชิญ 

         พอคุณปล่อยใจให้สงบ เลิกคิดถึงปัญหาและอาจจะได้มุมมองใหม่ๆ จากการออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างแล้ว คราวนี้กลับมาโฟกัสที่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณได้แล้วค่ะ ถึงแม้คุณจะสบายใจขึ้นแล้วแต่ปัญหามันยังอยู่และบางทีอาจจะกำลังเกาะกินคุณเหมือนโรคร้ายก็ได้ และการตระหนักถึงปัญหาก็คือการวิเคราะห์วิธีการรักษาโรคร้ายของคุณนั้นเอง 

         ลองดูซิว่าปัญหาของคุณคืออะไรและเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ? 

         คุณลองเอาตัวเองเป็นคนนอก เหมือนเป็นคนยืนมองดูเหตุการณ์นั้นๆ การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนมุมมองความคิดหรือการตีความกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ค่ะ 

          หรือไม่บางครั้งทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการปล่อยวางนิ่งเฉยและทำเรื่องของเราให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องสนใจผู้อื่นหากคุณทำได้รับรองว่าคุณจะมีความสุขในชีวิตขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ 

4.ลงมือแก้ไขปัญหา 

          หากคุณตระหนักรับรู้แล้วถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวคุณ ขั้นต่อไปคือลงมือทำค่ะ การลงมือแก้ไขปัญหานั้นเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก อันนี้เราเข้าใจดีแถมเรื่องบางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่สามารถจัดการได้เสร็จในวันเดียวเสียด้วยสิ 

          การลงมือแก้ไขปัญหานั้นสำคัญที่ว่าเราต้องทุ่มเทอย่างจริงจังนะคะ ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนปฏิบัติการรักษาโรคหลังจากที่เราได้วินิจฉัยโรคไปแล้ว ตอนนี้คุณอาจจะทำแล้วดีขึ้น หรือทำแล้วเหนื่อยใจเหนื่อยกายกว่าเดิมก็ได้ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณอย่าท้อถอยค่ะ  

          บางทีคุณอาจจะลองวางแผนการแก้ไขปัญหาเอาไว้เป็นขั้นตอน ทำอย่างนี้เสร็จแล้วค่อยไปทำอย่างนั้นต่อ เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาของคุณมีแนวทางและเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถมองเห็นการพัฒนาได้อย่างง่ายดาย  

 5.หากปัญหานั้นเกินกว่าจะเยียวยา ก็ต้องปล่อยมันไป 

          แต่ถ้าหากคุณพยายามแก้ไขปัญหาอย่างไรปัญหานั้นก็ยังไม่หมดซะทีเดียว ขั้นตอนสุดท้ายที่เราอยากแนะนำคุณก็คือการปล่อยวางค่ะ ปล่อยวางเรื่องทุกเรื่องเอาไว้ ไม่ต้องไปดันทุรังให้คุณเหนื่อยเปล่า 

          ขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่คุณพยายามแก้ไขปัญหามาสักพักแต่เมื่อคุณลองประเมินดูแล้วมันกลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลยทางออกเดียวก็คือต้องเลิกดันทุรังให้ตัวเองเหนื่อยเปล่าๆ  

          เรื่องบางเรื่องคุณเองคงรู้ดีว่าไม่มีอะไรไปแก้ไขได้นอกจากจะใช้เวลารักษามันไปเรื่อยๆ ซึ่งมันอาจจะดีขึ้นหรือไม่ก็ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใจของคุณเองว่าคุณสามารถวางมันลงได้ไหม แล้วกลับมามีพลังเพื่อสู้กับเรื่องอื่นต่อไปเพราะเราทุกคนเกิดมาเพื่อเป็น Fighter ค่ะ 

          ในชีวิตมีเรื่องมากมายให้คุณต้องเผชิญหน้ากับมันและเวลาในชีวิตคุณกำลังหมดไปทุกวัน และเวลาก็มีค่ามากกว่าจะมานั่งหมดอาลัยตายอยากกับเรื่องในอดีตที่เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ก็ทำได้แค่ Shake It Off มันไปเลยค่ะ Learning Hub Thailand ขอให้คุณล้างปัญหาดีท๊อกซ์หัวใจของคุณด้วยใจของคุณเพื่อมีพลังในการสู้ต่อไปเพื่อนคนที่คุณรักและเพื่อตัวคุณเองค่ะ  

 เรียบเรียงโดย ไพรินทร์ – Learning Hub Team