7 วิธีใช้เวลาเดินทางอย่างชาญฉลาด

“เวลา” เป็นทรัพยากรที่มีค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมืองกรุงที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หลายคนมักมองข้ามเวลาเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันที่เราสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น ช่วงเวลาของการเดินทาง บทความนี้นำเสนอหลากหลายวิธีที่ช่วยให้คุณใช้เวลาเดินทางในแต่ละวันอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพด้วย 7 วิธีดังต่อไปนี้

1) คิดพิจารณาถึงเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาต่างๆ

คุณมีปัญหาที่พยายามแก้ไข เรื่องราวส่วนตัว หรือเรื่องสำคัญทางธุรกิจที่คิดไม่ตกบ้างหรือไม่ หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ ลองใช้เวลาขณะเดินทางสะสางงานที่คั่งค้าง หรือคิดพิจารณาหาทางออกบางทีการเปลี่ยนสถานที่ในการใช้สมอง อาจทำให้คุณได้ไอเดียดีๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการกระตุ้นความคิด เพราะสมองของคุณยังปลอดโปร่ง และไม่มีเรื่องวุ่นวายใดๆ นอกจากนี้ ช่วงเวลาของการเดินทางเป็นช่วงที่ไม่มีใครรู้จักคุณ คุณจึงสามารถครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และไม่มีสิ่งใดมารบกวน ดังนั้นจงใช้เวลากับมันให้เต็มที่

2) คลายเครียด

ท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมเมือง บรรยากาศรถติด ปัญหาอาชญากรรม ความตึงเครียดของงานสิ่งเหล่านี้มักเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกิดความเครียดสะสม หากคุณไม่หาวิธีบำบัดหรือชำระล้างจิตใจตนเองบ้าง มันจะส่งผลร้ายต่อคุณภาพชีวิตของคุณในระยะยาวอย่างแน่นอน ทั้งนี้ คุณสามารถใช้เวลาเดินทางเพื่อผ่อนคลายและบรรเทาความทุกข์ไปได้บ้าง เช่น คุณอาจฟังเพลงเบาๆขณะเดินทาง เพราะมันจะช่วยให้คุณใจเย็น  และส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง นอกจากนี้ หากคุณขับรถเอง คุณอาจฉีดสเปรย์หรือใช้น้ำหอมที่ช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น และผ่อนคลาย วิธีการนี้จะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น และพร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆในวันใหม่

3) เรียนรู้ที่จะมีสติ

ระหว่างการเดินทางอาจมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น แน่นอนว่าคุณต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่วุ่นวาย และอาจทำให้คุณอารมณ์เสียอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น คุณต้องเรียนรู้ที่จะมีสติ และระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ หากคุณขับรถเอง คุณต้องไม่ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเด็ดขาด เพราะมันอาจทำให้คุณวอกแวก และเสียสมาธิได้ ทางที่ดีก็คือ คุณควรสังเกตสิ่งรอบข้าง และขับรถอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ หากคุณใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น เรือ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรือรถเมล์ คุณไม่ควรก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เพราะอาจทำให้คุณเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้การเดินทางเป็นการฝึกไหวพริบ และความอดทน เพราะฉะนั้น จงตั้งสติ และรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เพราะมันเป็นบททดสอบหนึ่งที่ทำให้คุณมีสติ รู้จักการตัดสินใจ และเอาตัวรอดด้วยวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งคุณสามารถนำทักษะนี้ไปใช้สำหรับเรื่องอื่นๆในชีวิตได้อีกด้วย

4) อัพเดตข้อมูลข่าวสาร

ในแต่ละวันคุณอาจรู้สึกว่าตนเองมีเวลาน้อยนิดเหลือเกิน คุณต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน กลับบ้านมืดค่ำดึกดื่น เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มี ดังนั้นจึงไม่ต้องถามถึงเวลาท่องเที่ยว แสวงหาความรู้ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ แต่คุณรู้ไหมว่าคุณสามารถใช้เวลาในการเดินทางให้เกิดประโยชน์ได้ กล่าวคือ แทนที่คุณจะปล่อยให้เวลาหมดไป คุณควรใช้เวลาช่วงนี้ในการค้นหาข้อมูลข่าวสาร คุณอาจเปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสังคม หรือข่าวกีฬา เพื่อที่จะได้รู้สถานการณ์บ้านเมืองโดยรอบ รับรองว่าเมื่อคุณทำเช่นนี้เป็นประจำ คุณจะกลายเป็นคนที่รอบรู้และก้าวทันเหตุการณ์

5) แสวงหาความรู้

คุณอาจรู้สึกเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้ากับการจราจรที่แออัด และใช้เวลานาน แต่หากคุณหากิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบทำเพื่อฆ่าเวลาคุณก็จะได้รับประโยชน์มากมาย หนึ่งในกิจกรรมที่คุณสามารถทำได้ก็คือ การแสวงหาความรู้ เพราะการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่ระหว่างการเดินทาง กล่าวคือ ในขณะที่คนอื่นๆนอนหลับบนรถ นั่งเหม่อลอย แชทไลน์หรือติดตามเฟซบุ๊ก คุณอาจใช้เวลาค้นคว้าหาข้อมูลที่คุณต้องการผ่านเว็บไซต์ต่างๆวิธีการนี้ช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า

6) เรียนรู้ภาษาใหม่

ความจำกัดของเวลาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณถอดใจในการเรียนภาษาใหม่ คุณมักคิดว่า “ฉันไม่มีเวลาในการเรียนรู้ ฝึกฝน หรือทบทวนเลย” หลายครั้งคุณจึงล้มเลิกความคิดที่จะเรียนภาษาไปอย่างน่าเสียดาย ต่อจากนี้ คุณควรเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะคุณสามารถใช้เวลาเดินทางในการเรียนภาษาได้ ยิ่งในปัจจุบัน เทคโนโลยีทำให้ชีวิตคนเราสะดวกสบายมากขึ้นเพียงแค่คุณเลือกภาษาที่คุณชื่นชอบและต้องการพัฒนา จากนั้นก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นสอนภาษา เช่น การออกเสียง คำศัพท์ หรือโครงสร้างทางไวยากรณ์ แค่นี้คุณก็สามารถเรียนรู้ภาษาได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน ภาษาเกาหลี เป็นต้น วิธีการนี้ช่วยให้คุณประหยัดเวลา และทำให้การเดินทางของคุณมีประโยชน์และน่าสนใจมากขึ้น

7) อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือระหว่างการเดินทางเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดี และน่าเอาเป็นแบบอย่าง เพราะการอ่านหนังสือขณะเดินทางเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ คุณสามารถเลือกประเภทหนังสือที่คุณชื่นชอบ เช่น นวนิยาย ประวัติศาสตร์ ธุรกิจ ท่องเที่ยว เป็นต้น หากคุณทำเช่นนี้เป็นประจำ เชื่อแน่ว่าคุณจะได้รับทั้งความรู้ ความบันเทิงอีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านอีกด้วย

เรียบเรียงโดย Learning Hub Thailand

(ที่มา: http://www.lifehack.org/328614/7-ways-make-the-most-out-your-commute)