7 เทคนิคทรงพลัง ที่ไม่ว่าใครก็ต้องหลงรักคุณ

        ในโลกใบนี้มีอะไรที่เราคาดไม่ถึงอีกเยอะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าถ้าคนเราต้องการอะไรสักอย่างอย่างแรงกล้าแล้วล่ะก็ มันจะมีพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ออกจากตัวเราไปดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามาหา เหมือนได้เปิดวาร์ป1 (warp) พุ่งตรงไปสู่สิ่งนั้นทันที  

       ถ้าเราอยากให้ตัวเองเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น ส่งสัญญาณออกไปสิคะ ทริคมีอยู่ในมือคุณแล้ว มาดูพร้อมกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง   

1.ฉันชอบตัวเองจังเลย

ทำตัวเองให้เป็นคนที่ใช่

        อยากให้คนอื่นมาชอบ แล้วเราเป็นคนที่ใช่หรือยัง? เรื่องนี้เหมือน “เส้นผมบังภูเขา” ที่เราไม่ค่อยจะคิดกันเท่าไหร่ ในเมื่อเราตั้งโจทย์ว่า อยากให้ใครๆ มาชอบเรา แต่ถ้าตัวเราเองยังไม่ชอบตัวเองแล้วเราจะปล่อยพลังดึงให้ใครมาชอบเราได้ยังไง 

        วิธีชอบตัวเองทำง่ายๆ อยู่ที่การคิดบวก เพราะแท้ที่จริงแล้วทุกคนมีดีเป็นของตัวเอง คุณค่าอยู่ที่มุมมอง ถ้าเราเห็นจุดดีของตัวเอง ภูมิใจสิคะรออะไรอยู่ แล้วจุดดีจุดแรกที่เราภูมิใจจะเป็นเหมือนสะพานที่นำเราไปพบจุดที่น่าภูมิใจต่อไป

        เมื่อเราชอบตัวเองสารแห่งความพึงพอใจนั้นจะแผ่ออกจากตัวเราออกไปให้คนอื่นสัมผัสได้ คนรอบข้างจะรู้สึกได้ถึงความมั่นใจของเรา ความมั่นใจจะนำไปสู่ความผ่อนคลายทำอะไรก็ไม่กังวลแล้วเราจะเป็นคนที่ใช่–ที่คนอื่นใฝ่หาค่ะ 

2. ฉันเป็นศูนย์รวมแห่งความสุข 

ความสุขเหลือเฟือ พร้อมแบ่งปัน

          ต้นแหล่งของไฟฟ้า สามารถปล่อยกระแสไฟไปรอบบริเวณได้ยังไง ต้นแหล่งของความสุขก็แผ่กระจายไปสู่คนรอบข้างได้อย่างนั้น คนที่เขาแสวงหาความสุขจะวิ่งเข้าหาต้นทางแห่งความสุข ถ้าต้นทางนั้นคือคุณเขาก็จะมาหาคุณ  

          สัญลักษณ์แห่งความสุขง่ายๆ คือ รอยยิ้ม หากคุณคือเทพเจ้าแห่งรอยยิ้ม คนที่ได้เห็นย่อมยิ้มตอบ รอยยิ้มเป็นเหมือนใบเบิกทางสร้างไมตรี  พร้อมกับการเป็นคนอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่หงุดหงิด ไม่เจ้าอารมณ์ ไม่เหวี่ยง เป็นคนมีอีคิวสูง ก็เท่ากับคุณได้ตั้งเสาส่งสัญญาณความสุขไปรอบตัว ดึงดูดให้ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ อย่างน้อยๆ ก็มั่นใจได้ว่า

          ถึงแม้ว่าจะยังจูนคลื่นรับกระแสความสุขจากคุณได้ไม่เต็มหน่วย ก็ไม่โดนคุณเหวี่ยงใส่ให้อารมณ์เสียนั่นแหละ แบบนี้ ไม่ชอบคุณก็ไม่รู้จะชอบใครใช่มั้ยล่ะ 

3. ฉันเป็นมิตรกับคนทั่วโลก 

มีสัญญาณตอบรับจากสายที่ท่านเรียก

         บางทีเสาสัญญาณแห่งความสุขของคุณที่แผ่ไปรอบทิศทาง คนอยากวิ่งเข้ามาหา แต่ติดกำแพงของตัวเองก็มี เพราะความกลัวเป็นธรรมชาติที่ฝังอยู่ใน DNA ของคน คุณต้องส่งสัญญาณออกไปก่อนว่าพร้อมที่จะต้อนรับหากเขาก้าวเข้ามาหา นอกจากยิ้มแย้มแล้วต้องรู้จักทักทายก่อน

        ยิ่งถ้าเคยรู้จักเขาหรือเธอเหล่านั้นจากคนอื่นมาบ้างแล้ว ทักทายก่อนเลยค่ะ ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้ คนที่จำชื่อคนได้แม่น จะสร้างเฟิร์สอิมเพรสชั่น ความประทับใจว่าเขาคือคนที่คุณสนใจอยากรู้จักอยู่แล้ว สัญญาณตอบรับจากสายที่เรียกมาเต็มขนาดนี้ ไม่ชอบคุณก็ให้มันรู้ไปนะคะ   

4. ฉันอยากสร้างเราให้เหมือนกัน 

ชมอย่างที่เขาเป็น และเขาเห็นด้วย

         ทุกคนชอบที่จะเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่คนอื่นเห็นความดี ยกย่องสรรเสริญ เพราะเท่ากับช่วยเติมความมั่นใจให้เขา การรู้จักชื่นชม ยกย่องสรรเสริญคนอื่น เห็นข้อดี ความเก่งของคนอื่น แสดงความยินดีในความสำเร็จของคนอื่น เป็นการให้ก่อนแล้วสิ่งดีๆ เหล่านั้นจะย้อนกลับมาหาคุณ มันคือพลังอันศักดิ์สิทธิ์

         แต่มีทริกอยู่นิดหนึ่งว่า คำชื่นชมที่ออกจากปากของคุณ ต้องเป็นความจริง ชมในสิ่งที่เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขามีดีในจุดนั้น เท่ากับเป็นการย้ำว่า เขาคือคนสำคัญ คือคนเก่ง คนดีที่ใครๆ ก็มองเห็น อย่าชมในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็น เพราะเขาจะมองว่าคุณยกยอปอปั้น ไม่จริงใจ  

         คนในโลกนี้ต้องการคำชมก็จริงแต่จะแสลงใจมากถ้ารู้ว่า คำชมเหล่านั้นคือของปลอม คุณไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ ความดีความเด่นเขารู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็เหมือนเดิม แต่ที่อยากได้เพิ่มเติม คือ คำยืนยัน 

5. ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ 

คนธรรมดาที่สำเร็จและล้มเหลว

          ต่อให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเอง เป็นศูนย์รวมของความสุขที่พร้อมจะแบ่งจ่ายให้คนอื่น แต่ควรระวังนิดนึงนะคะ เหมือนภาษิตที่ว่า จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน อย่านะ อย่ายกตนข่มคนอื่น ทั้งวาจาและท่าทาง

         ไม่มีใครอยากเป็นคนที่ด้อยกว่าคนอื่นหรอก ต่อให้มันเป็นจริงก็เถอะ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นที่รักของคนอื่นต้องรู้จักสงวนท่าทีให้ถูกจังหวะ คำชื่นชมควรออกจากปากคนอื่น แต่ความที่เคยล้มเหลวมาบ้างต้องออกจากปากเรา เพื่อให้คนรอบตัวรู้สึกว่า เราก็คนธรรมดาที่ครั้งหนึ่งอาจไม่เป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เหมือนเขาตอนนี้นั่นแหละ

         นอกจากถ่อมตนแล้วยังได้เติมกำลังใจให้คนที่มาเข้าใกล้ด้วยว่า เขาเองก็มีสิทธิ์เป็นได้อย่างเราในวันหน้าเช่นกัน 

6.ฉันชอบที่จะเหลือที่ยืนให้คนอื่น

ถอยไปยืนข้างหลัง ยามคนอื่นแสดงนำ

         คนที่จะเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น ต้องเป็นคนที่รู้จักอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ อย่าขโมยซีนเป็นนางเอกตลอดเวลา เพราะใครล่ะที่อยากเป็นตัวประกอบตลอดชีวิต แน่ล่ะ คนโดดเด่นอย่างคุณ ออร่าย่อมเปล่งประกายตลอดเวลาเป็นที่สนใจของคนอื่น

         แต่ถ้ารู้จักเปิดทางให้คนรอบตัวได้แสดงนำบ้าง หนุนสุดฤทธิ์เพื่อให้คนอื่นได้เด่น แล้วถอยออกมายืนข้างหลัง ในสายตาคนส่วนมากอาจเห็นคุณเป็นองค์ประกอบ แต่เชื่อเถอะว่า คุณน่ะ นางเอกในดวงใจของคนที่คุณผลักเขาออกมายืนข้างหน้าแน่นอน 

7.ฉันเป็นตัวของตัวเอง ไม่เฟค

ไม่มีใครหลอกใครได้ตลอดเวลา

         จงเป็นทุกอย่างข้างต้นตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 6 อย่างเป็นตัวของคุณจริงๆ อย่าทำให้คนอื่นชอบด้วยการเสแสร้งแกล้งเป็น โปรดจำไว้ว่าเราไม่สามารถทำให้คนทั้งโลกชอบเราได้ แต่คนที่ชอบเราเขาคือคนของเราและชอบในความเป็นเรา จึงไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งเพื่อเป็นคนที่คนอื่นชอบ ไม่มีใครหลอกใครได้ตลอดเวลา ถ้าเขาจะชอบขอให้ชอบที่คุณเป็นคุณ อย่าเฟค 

นี่คือ 7 เทคนิกทรงพลังให้คุณพร้อมส่งต่อให้คนรอบข้างตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่วันข้างหน้า ใครๆ ก็ต้องชอบคุณอย่างแน่นอนค่ะ 

เรียบเรียงโดย คะนิ้ง – Learning Hub Team