เผย 5 เคล็ดลับ การปล่อยวาง อย่างแท้จริง

howtoletgo

สภาพสังคมที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ต่างคนต่างแก่งแย่งแข่งขันกัน เพื่อที่จะให้ตัวเองได้ดี และเหนือกว่าคนอื่น จนบางครั้ง เราลืมนึกถึงความสุขของตัวเราเองไป และใช้ชีวิตในแบบยึดติดกับความสำเร็จมากจนเกินไป บางคนเมื่อเจอกับความล้มเหลว และความผิดพลาดต่างๆแล้ว ก็ทำใจให้ปล่อยวางกับเรื่องนั้นๆ ไม่ได้ หนักเข้าก็คิดสั้น ฆ่าตัวตายก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

เพราะฉะนั้น เราต้องรู้เท่าทันในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราให้ได้ ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินแก้ ฝึกทำใจให้วางเฉยกับเรื่องต่างๆ รอบตัว ปล่อยวางกับความยึดมั่นถือมั่นต่างๆ ถ้าทำได้ เราจะเห็นอีกมุมมองของชีวิต ที่เราอาจจะไม่เคยได้เห็นมันมาก่อนเลยก็เป็นได้ พูดถึงคำว่าปล่อยวาง ได้ยินกันบ่อย บางครั้งพูดง่าย แต่ไม่รู้ทำยังไง ต่อไปนี้เป็น 5 เคล็ดลับการปล่อยวาง ให้ได้อย่างแท้จริง ที่ท่านสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ครับ

1.ให้อภัยกับอดีต

บางคนมีอดีต ที่ไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่นัก และเรื่องต่างๆ ก็จะคอยตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา ไมว่าจะดำเนินชีวิตไปในแนวทางไหน อดีตก็จะคอยมาทักทาย ให้ได้เจ็บปวดกับมันอยู่เรื่อยๆ ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ไม่พบกับความสุขได้เลย ซึ่งเรื่องในอดีตนั้น ลึกๆแล้ว มันก่อตัวมาจากใจเรา ที่ไม่ปล่อยวางจากเรื่องนั้นๆ ทำให้ความคิดเรา สร้างอดีตที่แสนเจ็บปวด มาคอยทิ่มแทงตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา

Tips: เทคนิคในการปล่อยวางอดีต ก็คือ การให้อภัย ทั้งตัวเค้า และคนสำคัญคือ ตัวเรา หากเรามองเห็นได้ว่า เหตุการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหวนกลับมาแก้ไขได้แล้ว การให้อภัยจะเป็นการปลดปล่อยตัวเราจากความทุกข์ที่เกาะกินใจอยู่ และนั่นจะทำให้เรามีโอกาสได้ “เริ่มต้นใหม่” และจะทำให้เราสามารถสัมผัสกับความสุขในปัจจุบันได้อย่างเต็มเปี่ยมมากขึ้น

2. หยุดกังวลเรื่องอนาคต

หลายคนมีชีวิตที่ดี แต่ไม่อาจมีความสุขได้เต็มที่ เพราะมีความกังวลมากมายกับอนาคตของตัวเอง ยิ่งพอมีลูก ก็ทำให้กังวลกับอนาตคของลูกต่อไปอีก จึงไม่อาจสงบใจได้เลย

อันที่จริง เราเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปในอนาคตได้ยาวนานแค่ไหน อาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นการทำวันนี้ให้ดีที่สุด และกลับมามีความสุขอยู่กับปัจจุบันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีแน่นอนกว่า หลายคนยอมแลกความสุขในปัจจุบัน เพื่อรอคอยความสุขที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และหลายคนนั้นก็จากโลกนี้ไป โดยที่ยังไม่ได้พบกับความสุขนั้นๆ เลย

Tips: หากต้องการปล่อยวางเรื่องของอนาคต ให้ระลึกถึงความตายบ่อยๆ เมื่อมองเห็นว่า แม้แต่ชีวิตเรา มันก็ไม่แน่นอน ดังนั้นปัจจุบันเป็นสิ่งที่แน่นอนกว่า และทำให้เกิดขึ้นจริง และเห็นผลได้เร็วที่สุด สร้างความสุขกันตั้งแต่วันนี้ ทำทุกอย่างให้เป็นเหมือนสิ่งสุดท้าย ที่เราจะได้ทำ เพราะมันจะทำให้เรา ทำอะไรออกมาได้อย่างดีที่สุด

3.ฝึกการบริจาค

เป็นธรรมชาติของคนเราที่ต้องการความสะดวกสบาย เราจึงใช้ชีวิตเพื่อสะสมสิ่งของ ไปค้นหา ซื้อ เก็บ สะสมไว้จำนวนมาก จนบางครั้ง เกินพอดี เยอะจนไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรบ้าง ทั้งที่ทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ปลอมทั้งนั้น ที่บอกว่าปลอม เพราะเราไม่สามารถเอาไปได้เมื่อตาย แต่มนุษย์เรา กลับไปยึดติดกับวัตถุเหล่านี้กันมาก จนบางครั้งลืมนึกไปว่า ถ้าวันหนึ่งเราตายไปแล้ว สิ่งเหล่านี้มันจะกลายเป็นของไร้ค่าในทันที หลายคนแม้ป่วยหนัก ก็ยังนึกหวงแหนสิ่งของ จะไม่ยอมปล่อยวางสิ่งของเหล่านี้เด็ดขาด เพราะมันเป็นหน้าเป็นตา เป็นความทรงจำ ที่ไม่สามารถละได้

Tips: หาเวลาสักสัปดาห์ละครั้ง พิจารณาตู้เสื้อผ้า ห้องเก็บของ ลิ้นชักตู้ มีอะไรบ้างที่เราไม่เคยหยิบใช้เลยมากกว่า 1 ปี ให้ทยอยบริจาคสิ่งเหล่านั้นไป ไม่จำเป็นต้องเสียดาย เพราะบางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรามีของชิ้นนั้นอยู่ ดังนั้นถ้าหากเราให้ออกไป มันจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นมากกว่า หากเราสามารถสละสิ่งเล็กๆน้อยๆอยู่เรื่อยๆได้แล้ว ก็จะทำให้สามารถปล่อยวางกับเรื่องใหญ่ต่างๆ ได้มากขึ้น

4.มองเห็น เป็นสิ่งชั่วคราว

สถานะต่างๆในสังคมไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ลูกน้องหัวหน้า หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ เช่น สามีภรรยา ทุกสิ่งทุกอย่าง ต่างเป็นเรื่องที่สมมติขึ้นมาทั้งนั้น เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ที่บอกอย่างนี้เพราะว่า ไม่มีใครที่จะรักษาตำแหน่ง หรือบทบาทเหล่านี้ไปจนตายได้ เพราะเมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว เราก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติเท่านั้น ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหน้าที่อะไร ร่างกายก็กลับคืนสู่ธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีอะไรติดตัวเราไปได้เลย นอกจากความดี ความชั่ว และเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราจะไปยึดติด กับสิ่งที่เค้าสมมติให้เราเป็นทำไมกัน ปล่อยวางแล้วหันมาสร้างสิ่งดี เพื่อให้คนรุ่นหลังได้จดจำเรา ในแบบที่น่าจดจำจะดีกว่าครับ

Tips: หากเรารู้สึกว่าใจไปยึดติดกับอะไร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หน้าที่ ตำแหน่ง สถานะทางสังคม ให้ลองจินตนาการว่า อีกร้อยปีข้างหน้า สิ่งที่เรายึดถืออยู่นี้จะดำเนินไปเป็นอย่างไร เราก็จะพบว่า เรามองเห็นจุดจบของสิ่งต่างๆได้ มีความรู้สึกมองเห็นความเป็นชั่วคราว ไม่จีรังของสรรพสิ่ง เมื่อระลึกรู้ เตือนใจตัวเองเนืองๆแบบนี้ เราจะสามารถปล่อยวางทุกสิ่งได้ง่ายยิ่งขึ้น

5. ปล่อยให้มันเป็นไป

ที่สุดของการปล่อยวาง คือหยุดที่จะคาดการณ์และบังคับควบคุมอนาคต เพราะไม่มีใครที่จะสามารถหยั่งรู้ หรือจัดการกับอนาคตได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ คือทำวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่มีวิธีอื่นใดอีก ที่จะทำให้อนาคตเราดีได้ เมื่อทำวันนี้อย่างดีและเต็มที่แล้ว ก็จงปล่อยให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น ด้วยกฎของเหตุและผล ไม่ว่าเราจะเจอสิ่งดี หรือไม่ดี ให้คิดว่า เราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ก็จะไม่ทำให้เราเสียใจภายหลังได้ หลายๆท่านเคยคิดหรือไม่ว่า ที่เราเสียใจมากๆ กับเรื่องต่างๆ ที่เราผิดหวังนั้น จริงๆแล้ว เราเสียใจจากเรื่องอะไร เสียใจจากเรื่องนั้นจริงๆ หรือเสียใจ ที่เราไม่ได้พยายามทำมัน อย่างเต็มที่กันแน่

Tips: เราสามารถวางแผน และสร้างเป้าหมายได้ แต่ไม่ต้องยึดติดว่าทุกสิ่งจะต้องดำเนินไปตามแผนเสมอ แผนมีไว้เป็นแผนที่บอกทาง แต่การเดินทางจะบอกถึงการใช้ชีวิตจริง ดังนั้นเมื่อวางแผนแล้ว ก็ทำให้เต็มที่ แล้วปล่อยให้มันเป็นไป โดยไม่ต้องกังวลหรือคาดหวังผลลัพธ์ นั่นจะทำให้เรามีความสุขได้ในทุกย่างก้าวของชีวิต

การปล่อยวาง ใครก็สามารถเขียน หรือพูดให้ดูดีได้ แต่คนที่ทำได้จริงๆนั้น มีน้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะไม่มีหนทางเสียเลยที่เดียว มันขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ดังนั้นถ้าในขณะนี้คุณกำลังมีความทุกข์ ขอให้ถามตัวเองเสมอๆว่า ปัจจุบันเราฝึกที่จะปล่อยวาง บ้างแล้วหรือยัง หวังว่าทั้ง 5 วิธีนี้ จะทำให้ท่านสามารถปล่อยวางเรื่องราวต่างๆในชีวิตได้มากขึ้น และหากคุณมีวิธีอื่นๆที่ใช้ได้ผล ก็ช่วยแบ่งปันในคอมเม้นท์ให้เราได้เรียนรู้ไปด้วยกันมากขึ้นนะครับ