ทำงานที่ยากและเยอะอย่างเพลิดเพลิน ด้วย Flow Model

คุณเคยทำงานจนลืมเวลา ลืมสถานที่ไปเลยไหม ห้วงอารมณ์ที่ทำงานตรงหน้าอย่างเปี่ยมสมาธิจนเหมือนกับว่าไม่รับรู้อะไรต่อมิอะไรรอบข้าง ไม่ว่าจะเสียงโทรศัพท์ เสียงเพื่อนร่วมงาน ทุกอย่างเหมือนอันตรธานหายไปหมด

ในห้วงเวลาเช่นนี้เองที่คุณจะทำงานเพลินด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นด้วยพลังงาน ทำต่อไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีหยุดหย่อน

=====

เกือบทุกคนล้วนเคยสัมผัสประสบการณ์เช่นนี้  ประสบการณ์ที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “สภาวะลื่นไหล” (Flow) เป็นสภาวะที่สัญชาตญานในการทำงานนำหน้าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต จนกระทั่งมีคนนำไปใช้ประโยชน์ด้วยการสร้างทฤษฎีการทำงานที่เรียกว่า Flow Model ขึ้นมา 

  Mihaly Csíkszentmihályi นักจิตวิทยาเชิงบวก นำเสนอแนวคิดซึ่งทำให้เห็นว่า เมื่อคนเราพยายามจะทำงานให้สำเร็จ ส่งผลต่อภาวะทางอารมณ์ของคนนั้นได้หลายแบบ ซึ่งจะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับความท้าทายของงานและทักษะที่เราคิดว่าเรามีด้วย

Mihaly อธิบายว่า ถ้างานไม่ท้าทายและไม่ต้องการทักษะสูงนัก เราจะรู้สึกเบื่อ เซ็งเพราะไม่ถูกกระตุ้นให้ทำ แต่เมื่องานมีความท้าทายมาก แต่เราไม่ได้มีทักษะเพียงพอ ผลลัพธ์คือความตึงเครียดและวิตกกังวล นั่นหมายความว่าไม่ว่าทางไหนก็ดูแย่ไปหมด

=====

ภาวะสมดุลที่ดีที่สุดในการทำงาน คือการที่เราต้องการความท้าทายและความน่าสนใจในตัวงาน ในขณะเดียวกันเราก็สามารถพัฒนาทักษะได้มากเพียงพอที่จะมั่นใจว่าเราสามารถพิชิตความท้าทายนั้นได้ 

ถ้า 2 ปัจจัยนี้เดินไปด้วยกัน  เราจะทำงานได้อย่างลื่นไหล ลองดูตัวอย่างจากบรรดานักธุรกิจ ศิลปิน หรือนักกีฬา เวลาที่พวกเขาทำสิ่งที่ชำนาญจนดูเหมือนง่ายและทำต่อได้เรื่อย ๆ ไม่มีหยุด

=====

เมื่อเข้าสู่สภาวะ Flow  แล้วจะมีองค์ประกอบอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง  ต่อไปนี้คือคำตอบ

  1. เข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าสิ่งที่อยากจะบรรลุคืออะไร
  2. สามารถเพ่งสมาธิให้แน่วแน่ได้อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
  3. ไม่ถูกรบกวนด้วยโสตประสาท หรือหลงลืมความรู้สึกไปได้ชั่วขณะ
  4.  พบว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
  5. ได้รับ Feedback โดยตรงและทันที
  6. รู้สึกถึงความสมดุลระหว่างความสามารถของเรากับความท้าทายของงาน
  7. รู้สึกควบคุมตัวเองได้เหนือสถานการณ์รอบข้าง
  8. รู้สึกว่าทำงานแล้วได้รับรางวัลจากเบื้องลึกภายใน
  9. ไม่รู้สึกว่าร่างกายต้องการอะไรระหว่างทำงาน
  10. ถูกดึงดูดเข้าไปอยู่ในกิจกรรมที่ทำอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดครบทุกข้อหรือพร้อมกัน แต่คุณจะรู้สึกว่าเมื่อคุณอยู่ในสภาวะลื่นไหลแล้วจะมีองค์ประกอบเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 1 องค์ประกอบ 

=====

Mihaly บอกว่ามีเงื่อนไข 3 อย่างที่จะทำให้ทำงานแล้วเกิดสภาวะลื่นไหลขึ้นได้ นั่นคือ

  1. Purpose / Goals (เป้าหมาย)  

 คุณต้องมีเป้าหมายชัดเจน เป้าหมายจะทำให้เกิดแรงจูงใจ และมีโครงสร้างขั้นตอนว่าเราจะไปถึงได้อย่างไร 

=====

  1. Balance (สมดุล)จำเป็นต้องมีสมดุลระหว่างทักษะที่คุณมีกับความท้าทายในตัวงาน ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากหรือน้อยกว่ากันมากจนเกินไป จะทำให้ทำงานไม่ลื่นไหล เช่น รู้สึกไม่ท้าทายเลยทำบ้างไม่ทำบ้าง หรือรู้สึกว่ายากเกินความสามารถ เลยเครียดจนอยากเลิก ไปทำอย่างอื่น

=====

  1. Feedback (การได้รับข้อมูลสะท้อนกลับ)

การได้ Feedback ที่ชัดเจนและทันเวลา จะทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น และยังผลให้ทำงานได้ไหลลื่นมากกว่าเดิม

=====

จากปัจจัยทั้งสามนี้ เรามีคำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะมีสภาวะลื่นไหลในการทำงาน ดังนี้  

เริ่มจากการสร้างเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน 

ใช้สมาธิในการทำงาน ตัดสิ่งต่างๆ ออกไป ไม่ยอมให้อะไรมาทำให้ว่อกแว่ก 

มั่นใจในทักษะความสามารถของตัวเอง จะทำให้สิ่งที่ดูเหมือนยากนั้นง่ายลงทันตาเห็น (ถ้าไม่มั่นใจก็ฝึกฝนเพิ่ม) 

ระหว่างทำงานถ้าได้ feedback ที่ดีจะทำให้คุณปรับปรุงทันที เพิ่มความกระหายอยากทำงานเพิ่มขึ้นได้ 

ยิ่งถ้าคุณทำให้งานตรงหน้าท้าทายได้มากกว่าเดิม ก็ยิ่งสร้างความพึงพอใจต่อการทำงานได้มากขึ้น  

ถ้าอยากเข้าสู่สภาวะ FLOW ได้ดีขึ้น ขอแนะนำให้คุณฝึกเป็นอิสระจากความคิดด้วยวิธีนี้

สุดท้าย หากต้องการสร้างความสุขและแรงบันดาลใจในการทำงาน ทั้งกับตัวเองและทีม ขอแนะนำหลักสูตร “Self – Inspiration at Work” เพื่อไปจัดในองค์กรของคุณ คลิกดูได้ที่นี่ครับ

=====