การมองโลกในแง่ดีช่วยให้คุณรวยขึ้นได้อย่างไร

คุณคิดว่า คนมองโลกในแง่ร้าย กับ คนมองโลกในแง่ดี ใครมีสุขภาพทางการเงินดีกว่ากัน

หลายท่านน่าจะคิดว่ามองโลกในแง่ร้ายเข้าไว้จะทำให้เราไม่เอาเงินไปใช้พร่ำเพรื่อ ไม่หลงกลคนต้มตุ๋น ส่วนถ้ามองโลกแง่ดีไปก็คงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเพราะคิดว่าหาใหม่ได้เรื่อย ๆ และตกเป็นเหยื่อคนต้มตุ๋นได้ง่าย

เรื่องนี้คุณจะอธิบายอย่างไรก็ได้ แต่ผลการศึกษาในอเมริกาบอกว่า ชัยชนะทางการเงินเป็นของ…คนมองโลกในแง่ดี
=====

การศึกษาชิ้นนี้อธิบายว่า คนรุ่นใหม่เต็มไปด้วยความเครียดมากกว่าคนยุคก่อนหน้า แถมยังไม่มีความสุขในชีวิตอีกต่างหาก เมื่อสำรวจคนที่มองโลกแง่บวกกับคนที่มองโลกในแง่ลบพบว่าคนมองโลกในแง่บวกจะตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเงินได้ฉลาดกว่า และเต็มไปด้วยประโยชน์ที่จับต้องได้มากกว่า

การมองโลกเชิงบวกจะทำให้คน ๆ นั้นมีสติครุ่นคิดเรื่องการเงินได้ดีกว่า คนกลุ่มนี้จะใช้เงินไปกับสิ่งที่จำเป็นและงอกเงยได้ พวกเขาจะมองหาความรู้ด้านการเงินและฟังคำแนะนำที่ดี มีการวางแผนและการลงทุน

แตกต่างจากคนที่มองโลกแบบไม่ไว้วางใจ ซึ่งมักจะตัดสินใจทางลบ เคลื่อนไหวอย่างตื่นตระหนกตามสถานการณ์บีบคั้น
=====

เมื่อปรับความคิดในเชิงบวก (ต้องไม่ลืมว่า หมายถึงบวกอย่างมีปัญญา) ก็เหมือนกับการสร้างกล้ามเนื้อทางความคิดให้แข็งแรง ซึ่งใครก็สามารถสร้างได้ และหากครอบครองความแข็งแรงนั้นแล้วก็จะนำไปสู่การขยับขยายเพื่อสร้างผลประโยชน์ได้ต่อไป

คำแนะนำสำหรับการสร้างความคิดด้านบวกแบบมีปัญญาเพื่อให้เงินไหลมาเทมา มีดังต่อไปนี้
=====

โฟกัสไปยังสิ่งที่เข้าท่า

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการสร้างสิ่งที่จะเป็นประโยชน์งอกเงย เช่น คว้าโทรศัพท์มาเช็คดูข่าวสำคัญ ปรับพฤติกรรมให้คุณเป็นมนุษย์ที่ใช้สื่ออย่างคุ้มค่า ด้วยการเริ่มต้นวันด้วยการเสพสิ่งที่มีคุณค่า ทำให้เราใช้เวลาอย่างถูกต้องไม่ใช่ไปจมจ่อมกับเรื่องที่เจ็บปวดทรมาน
=====

มองหาความก้าวหน้า อย่าคิดว่าต้องสมบูรณ์แบบ

ปัญหาของคนที่เป็น “เพอร์เฟคชั่นนิสต์” หรือมนุษย์สมบูรณ์แบบ คือการมองแบบจับผิดว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง อะไรที่คลาดเคลื่อนไปจากความสมบูรณ์แบบ ซึ่งวิธีการมองแบบนี้เข้าข่ายการมองโลกในแง่ลบ

คุณควรปรับการมองว่า สิ่งที่ได้ทำลงไปหรือสิ่งที่คิดขึ้นมาใหม่นั้นสามารถนำมาพัฒนาตรงไหนได้บ้าง การปรับปรุงสิ่งละอันพันละน้อยใดบ้างที่ช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายได้มากขึ้น
=====

สื่อสารกับคนอื่นอย่างมีความหมาย

การเชื่อมโยงกับคนอื่นอย่างมีคุณค่าทำให้เราได้สิ่งตอบแทนที่มีคุณค่าด้วยเช่นกัน ลองส่งอีเมลเรื่องดีเพื่อสื่อสารสิ่งที่เป็นบวกไปยังคนอื่น จะเป็นการขอบคุณหรืออะไรก็ตามแต่กับคนในครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน ก็ล้วนเป็นพฤติกรรมเชิงบวกทั้งสิ้น การทำแบบนี้ทำให้เรารู้สึกสัมพันธ์กับสังคมภายนอก เกิดความสุขและความคิดเชิงบวกตามมานั่นเอง

ทั้งหมดนี้ คือการสร้างสภาวะการมองโลกเชิงบวก จากนั้น การคิดและตัดสินใจต่าง ๆ ของเราก็จะนำมาซึ่งจังหวะและเวลาที่ถูกต้อง สภาพทางการเงินก็จะย่อมเป็นไปในทางที่ดีขึ้นตามผลการวิจัยอย่างแน่นอน
=====


เรียบเรียงจาก “The Financial Upside of Being an Optimist” โดย elle Gielan จาก Harvard Business Review 12 มีนาคม 2019

เรียบเรียงโดย Learning Hub Thailand – เราพัฒนาคนในองค์กร ให้เพิ่มศักยภาพและทำงานอย่างมีความสุข

ปรึกษาเรื่องการพัฒนาทีมในองค์กร ติดต่อ Line @lhtraining หรือ โทร 094 959 2645