strategytosuccess

ประสบความสำเร็จในชีวิต แค่คิดเชิงกลยุทธ์

          เมื่อคุณต้องการไปเที่ยวพักร้อนในช่วงวันหยุดยาว สิ่งแรกที่คุณจะทำคืออะไรคะ หากคุณตอบว่า “วางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหน อย่างไร” แล้วจะก็ นั่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ

แต่หากลองใช้คำถามนี้กับชีวิตด้านอื่นๆ เช่น “จะทำอย่างไรกับโปรเจคที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น” หรือ “ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า” เชื่อไหมคะว่ามีอีกหลายท่านที่ไม่มีคำตอบให้กับคำถามนี้

และสำหรับผู้ที่วางแผนให้กับชีวิตของตัวเอง ก็พบว่ามีตั้งแต่กลุ่มที่ “วางแผนวันละครั้ง” ในช่วงก่อนเข้านอนตอนกลางคืนว่าจะทำสิ่งไหนบ้างในวันรุ่งขึ้น และก็มีบางคนที่ “วางแผนสัปดาห์ละครั้ง” ในช่วงก่อนเริ่มต้นสัปดาห์โดยรวบรวมเอาเหตุการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านไป มาช่วยในการกำหนดเป้าหมายและแผนการที่จะทำต่อไป

เดาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะว่ากลุ่มหลังจะมีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่ากลุ่มที่ “วางแผนวันละครั้ง” อย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ “วางแผนสำหรับเดือนใหม่” พวกเขาเหล่านี้จะวางแผนสำหรับ 40 วันข้างหน้า เนื่องจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการวางแผนเพียงแค่ 30 วัน  โดยจะทำการทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในรอบเดือน และวางแผนเป็นส่วนๆ ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว และเป้าหมายด้านหน้าที่การงานที่อยากทำให้สำเร็จในระยะเวลา 30-40 วัน

จากนั้นทำการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านการทำงาน ด้านครอบครัว และชีวิตส่วนตัว เข้าไว้ในตาราง จัดลงรายละเอียดทั้งวัน และเวลาที่จะทำกิจกรรมต่างๆ และควรจะแบ่งช่วงเวลาสำหรับเรื่องเหนือความคาดหมายที่อาจจะเกิดขึ้นเผื่อไว้ด้วย หลังจากที่คุณจัดตารางกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมองเห็นภาพในอนาคตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งที่คุณจะทำให้สำเร็จได้

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เรียกว่า “การคิดเชิงกลยุทธ์” (Strategic thinking)  ซึ่งทำให้ผู้คนมากมายประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เราสามารถนำ “การคิดเชิงกลยุทธ์” นี้มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี อย่าให้คำยากๆ อย่าง “กลยุทธ์” มาทำให้คุณคิดการใหญ่จนท้อไปเสียก่อนนะคะ

การคิด “เชิงกลยุทธ์” มีข้อดีอย่างไร 

วิธีนี้เป็นเครื่องมือที่ดีในการช่วยวางแผน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมทั้ง “เวลา” ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ไปอย่างคุ้มค่า และนี่เป็นเหตุผลบางส่วนที่สนับสนุนว่าเราควรใช้การคิดเชิงกลยุทธ์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเรา

ทุกอย่างจะง่ายขึ้น หากคุณ “คิดเชิงกลยุทธ์” 

คำกล่าวที่ว่า “เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” เป็นคำพังเพยที่ไม่เกินกว่าความจริง ยิ่งเป็นการเตรียมตัวแบบมีแผนการแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้การจัดการต่างๆ ง่าย และประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น

ตัวอย่างของผู้มีชื่อเสียงที่นำการคิดเชิงกลยุทธ์ไปใช้ก็คือ จอห์น ซี แม็กซ์เวลล์ นักคิดและนักเขียน ผู้ที่ทำให้การเตรียมบทเรียนในการสอน และการเตรียมคำกล่าวสุนทรพจน์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยการจัดทำแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับ คำคม เรื่องเล่า กรณีศึกษา และบทความ อย่างเป็นระบบไว้ถึง 1,200 แฟ้ม เมื่อต้องการสืบค้นข้อมูลที่ใช้ในงานที่กำลังเขียนอยู่ก็สามารถสืบค้นได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ทำให้การทำงานของเขาเป็นไปได้อย่างราบรื่น

คำถามที่ใช้เพื่อเริ่มวางแผนกลยุทธ์ 

การตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์สามารถช่วยแยกประเด็นปัญหาที่ใหญ่ หรือมีความซับซ้อน ให้เป็นส่วนเล็กๆ ที่มองเห็นภาพง่ายขึ้นได้ โดย “บ๊อบบ์ บีห์ล” ผู้เขียนหนังสือ Masterplanning ได้ยกตัวอย่างคำถามไว้ดังนี้

คำถามเพื่อกำหนดทิศทาง เราควรทำอย่างไรต่อไป เพราะเหตุใด

คำถามสำหรับองค์กร การควบคุมกำกับในองค์กรเป็นอย่างไร หน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคนเป็นอย่างไร การจัดสรรบุคคลเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่

การจัดการด้านการเงิน รายรับ รายจ่าย กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ยอมรับได้หรือไม่ และจะบริหารจัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

การกำกับติดตาม การดำเนินการเป็นไปตามที่วางแผนไว้หรือไม่

การประเมินผล การดำเนินการได้คุณภาพตามที่ต้องการหรือไม่ อย่างไร

การปรับปรุง ทำอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้น

การคิดเชิงกลยุทธ์ ช่วยให้พร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน 

แม้ว่าสถานการณ์จะไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดหมายได้ แต่การคิดเชิงกลยุทธ์จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสิ่งที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันกับสิ่งที่เราวางแผนเอาไว้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าสิ่งที่คุณต้องการจะเอื้อมคว้าได้ยากเพียงใด ก็จะเข้าใกล้ขึ้นมาได้ด้วยการใช้เทคนิคนี้

ผิดพลาดน้อยลง เมื่อคิดเชิงกลยุทธ์ 

การคิดตัดสินใจอย่างเร่งรีบ หรือทำอย่างขอไปที โดยไม่ได้กำหนดเป้าหมายเอาไว้เสียก่อน ย่อมทำให้เกิดความผิดพลาดได้มากขึ้น เปรียบเสมือนเรายิงธนู โดยไม่ได้เล็งลูกธนู ไปยังเป้า หรือยืนหันไปคนละทิศทางกับเป้ากระดาษนั้น ย่อมทำให้โอกาสที่ยิงลูกธนูไม่เข้าเป้าเป็นไปได้มาก หรือเรียกจะว่าโอกาสที่จะยิ่งเข้าเป้านั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

การนำวิธีคิดเชิงกลยุทธ์มาประยุกต์ใช้จึงเป็นการช่วย กำหนดทิศทางของการกระทำให้เป็นไปในทางเดียวกับเป้าหมาย วิธีการนี้จะช่วยให้โอกาสที่คุณจะทำงานให้ประสบความสำเร็จย่อมมีมากขึ้น

การคิดเชิงกลยุทธ์ เหมาะแก่การเป็นผู้นำ 

การกำกับควบคุมให้การทำงานเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้นำในองค์กรต่างๆ ทั้งในหน่วยงานขนาดใหญ่ และการบริหารธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากวิธีนี้จะทำให้คุณได้รับความเชื่อถือจากบุคคลที่คุณร่วมทำงานด้วย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจของคุณ

จึงไม่เป็นคำกล่าวที่เกินเลยไป หากจะบอกว่า “การคิดเชิงกลยุทธ์” เหมาะกับทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าว่าคุณจะอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ หรือในธุรกิจขนาดเล็กก็ตามค่ะ

บทความโดย Learning Hub Thailand

เรายินดีออกแบบหลักสูตรเฉพาะ เพื่อพัฒนาคนในองค์กรของคุณ ปรีกษาเราได้ที่ Line @lhtraining 

Send this to a friend