สุดยอดเทคนิคเพิ่มขวัญกำลังใจให้คนในทีม

สำหรับหัวหน้ายุคเก่าคงคิดว่าวิธีเพิ่มขวัญกำลังใจและแรงจูงใจในการทำงานให้ลูกน้องจะต้องใช้ ‘เงิน’ เป็นปัจจัยหลัก

แต่งานวิจัยมากมายในยุคหลังระบุว่าการใช้เงินเพื่อเพิ่มแรงจูงใจจะส่งผลเสียระยะยาวเพราะคนจะเสพติดและสนใจแต่เงินจนเป็นเหตุให้เกิดการทุจริต เห็นแก่ตัว และท้ายที่สุดการทำงานเป็นทีมก็จะพังทลาย

หัวหน้าในยุคต่อมาที่ศึกษาเรื่องวิธีการเพิ่มแรงจูงใจจึงพยายามที่จะอ่อนโยน พูดเพราะ และใจเย็นกับลูกน้อง แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอเพราะแท้จริงแล้วคนในทีมของคุณก็เป็นมนุษย์ไม่ต่างจากคุณ นั่นหมายความว่าลึก ๆ แล้วพวกเขามีสิ่งที่ต้องการเหมือนกันกับคุณ
=====

มนุษย์ต้องการอะไร

ที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก ‘โรเจอร์ อี. เฮอร์แมน’ บอกว่า “เราทุกคนล้วนปรารถนาที่จะได้รับโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน ปรารถนาความก้าวหน้าทั้งในด้านตำแหน่งและสถานะ รวมถึงการได้รับโอกาสและความรับผิดชอบอื่น ๆ ด้วย”

ถอดรหัสคำกล่าวของโรเจอร์ จะพบว่าแก่นแท้ความต้องการของมนุษย์ทุกคนทั้งคุณ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าและลูกน้องของคุณล้วนเหมือนกันนั่นคือ ความก้าวหน้า การเติบโต การเรียนรู้ การมีความสามารถ การมีประสิทธิภาพ อิสระ และการเป็นคนสำคัญ

เมื่อรู้ดังนั้นเราจึงสรุป 3 เทคนิคขั้นสุดยอดในการเพิ่มขวัญกำลังใจให้คนในทีมและลูกน้องของคุณ ดังนี้
=====

เทคนิคที่ 1 สร้างการมีส่วนร่วม

“ไม่มีส่วนร่วม ไม่มีการยอมรับ ไม่มีการผูกมัด ไม่มีพลัง” นี่คือหัวใจของการบริหารจัดการ ลดการสั่งการจากบนลงล่างแล้วเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนให้มากขึ้น

สถาบันวิจัยธุรกิจแห่งสหรัฐฯ ทำการสำรวจพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานลาออกก็คือ “พวกเขารู้สึกว่าหัวหน้าและองค์กรไม่ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขาเลย”

คุณสามารถสร้างการมีส่วนร่วมให้คนในทีมได้โดยการมอบพื้นที่ให้พวกเขาเสนอไอเดียในการทำให้องค์กรดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านยอดขาย ความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มอบพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรง เช่น วัฒนธรรมในองค์กร การเข้าออกงาน การแต่งกาย สถานที่ กิจกรรมต่าง ๆ

การมีพื้นที่ให้พวกเขาเสนอความคิดเห็นจากล่างขึ้นบนคือกลวิธีมหัศจรรย์ที่ช่วยดลแรงต้านและเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ลูกน้องของคุณได้จริง ๆ
=====

เทคนิคที่ 2 การชื่นชมและการยอมรับ

นี่คือปัจจัยในด้านความสัมพันธ์ภายในทีม ทั้งระหว่างลูกน้องด้วยกันเอง และกับหัวหน้า ซึ่งถ้าคุณเป็นหัวหน้าการใช้เทคนิคนี้จะยิ่งทรงพลังมากขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรเพราะถึงอย่างไรการชื่นชมและการยอมรับก็เป็นพฤติกรรมสำคัญที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาอยู่ดี

คุณสามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้ทันที โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างวัฒนธรรมพูดขอบคุณทุกครั้งที่มีใครช่วยเหลือหรือทำอะไรดี ๆ ให้ จงชื่นชมลูกน้องต่อหน้าผู้อื่นหรือชื่นชมอย่างเปิดเผย โดยเน้นไปที่พฤติกรรมที่ลูกน้องทำไม่ใช่ชมที่ตัวลูกน้อง เพื่อให้คนอื่น ‘เลียนแบบ’ พฤติกรรมนั้นได้โดยไม่เกิดอาการอิจฉาต่อกันด้วย
=====

เทคนิคที่ 3 ถ้าคุณคือหัวหน้า จงเพิ่มความใส่ใจต่อลูกน้องของคุณ

อย่างที่บอกไปว่าถ้าคนที่เป็นหัวหน้าตั้งใจสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์จะเป็นสิ่งที่ทรงพลังมากยิ่งกว่าพนักงานทำต่อกันเอง ความใส่ใจคือหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ จงให้เวลาแก่ลูกน้องของคุณ รับฟังพวกเขาโดยไม่ตัดสิน และใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยขนาดไหนก็ตาม

คำถามที่คุณต้องค้นหาคำตอบให้ได้ ลูกน้องของคุณพักอยู่ที่ไหน เกิดวันอะไร อายุเท่าไหร่ จบการศึกษาจากที่ไหน มีพี่น้องกี่คน ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ของเขาเป็นอย่างไร ชอบและไม่ชอบกินอะไร กิจกรรมยามว่างคืออะไร อะไรคือสิ่งที่เขาให้คุณค่ามากที่สุด ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดของลูกน้องที่จะทำให้คุณรู้จักเขามากขึ้น เข้าใจเขามากขึ้น อย่าลืมซื้อของขวัญวันเกิด หรือของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นของที่เขาชอบติดไม้ติดมือไปฝากเขาบ้างตามวาระโอกาส เพื่อแสดงให้เขารับรู้ว่าเขาคือคนสำคัญสำหรับคุณคนหนึ่ง

====

เรียบเรียงโดย อ. เวย์ เวสารัช โทณผลิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ในองค์กร (Learning Organizations expert)

Learning Hub Thailand เราพัฒนาคนในองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพและทำงานอย่างมีความสุข

ปรึกษาเรื่องการพัฒนาทีมในองค์กร ติดต่อ Line @lhtraining หรือ โทร 094 959 2645