จะทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้าอย่างไร

นี่คือเรื่องเล่าของผู้บริหารหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ซูซาน

เธอได้เข้าไปทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำแห่งหนึ่ง อะไร ๆ ก็เหมือนจะดีในช่วงแรก แต่ซูซานก็เจอปัญหาสำคัญในการทำงาน

เธอมีเพื่อนผู้บริหารคนหนึ่งชื่อ แพท ซึ่งทั้ซูซานและแพทต่างก็ไม่กินเส้นกันตั้งแต่ช่วงแรกที่ร่วมงานกัน

เมื่อเวลาผ่านไป อะไรต่ออะไรก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้นานก็อาจจะทำให้ผลงานที่ทั้งคู่ต้องรับผิดชอบย่ำแย่ลง และชีวิตการงานที่นี่ของทั้งสองก็อาจจะพังพินาศได้
====

เมื่อซูซานลองวิเคราะห์สถานการณ์ดู เธอพบว่าแพทเป็นคนที่มีทักษะการทำงานอยู่ในระดับสูง เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้บริหารที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบ แถมแพทยังไม่ใช่คนที่มีพิษมีภัยหรือบั่นทอนใครเลย

แต่ซูซานก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าเธอไม่ชอบแพทเอาเสียเลย เพราะเป็นมนุษย์คนละสไตล์กับเธออย่างแท้จริง

ซูซานพบว่าเธอเข้าไม่ถึงแพทเลย เธอรู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจหรือไม่ได้รับความสำคัญในการทำงานร่วมกัน

นอกจากนั้นทีมของซูซานยังถูกทีมของแพทปล่อยปละละเลย ไม่สื่อสารอย่างที่ควรจะเป็น หรือบางทีก็เหมือนว่าทีมของแพทหลีกเลี่ยงที่จะสื่อสารกับทีมของซูซาน
====

สุดท้ายแล้วซูซานก็ตัดสินใจคิดกลยุทธ์ที่จะทำงานร่วมกับแพท

แล้วซูซานก็ได้แนวทางในการทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบหน้าทั้งหมด 6 ข้อ ดังนี้

 

1.ลองใช้เวลาอยู่ลำพังเพื่อสะท้อนสาเหตุความตึงเครียดที่มีต่อกันแล้วคิดทบทวนว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น

ลองคิดใคร่ครวญดูว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกไม่ชอบหน้ากันขึ้นมาได้ พึงระลึกไว้เสมอว่าคุณควรเรียนรู้จากทุกคนที่ได้พบเจอว่าคุณควรทำตัวอย่างไรเมื่อพบเจอคนที่แตกต่าง (แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย)

 

จำไว้ว่าการมีปฏิสัมพันธ์ การพบปะพูดคุยในฐานะเพื่อนร่วมงานนั้นสำคัญมาก และบางทีการที่เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีต่อกันหรือการไม่ชอบหน้ากันอาจจะเกิดจากตัวคุณเองก็เป็นได้
====

2.พยายามเข้าใจมุมมองของอีกฝ่ายให้มากขึ้น

วิธีการนี้สำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของคุณเอง ลองคิดดูว่า “ทำไมคนนั้นถึงทำแบบนั้น จะทำอย่างไรถึงจะจูงใจคนนั้นได้ คนนั้นมองเราอย่างไร คนนั้นต้องการอะไรจากเราบ้าง ฯลฯ”

การคิดในมุมของคนอื่นจะทำให้เห็นว่าอีกฝ่ายก็ต้องการประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับคุณ หมายความว่าเป้าหมายปลายทางของคุณกับเขาไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันเลยนั่นเอง
====

3.ทำตัวเป็นนักแก้ปัญหา มากกว่าจะเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์ หรือเป็นคู่แข่งกับเขา

เพื่อที่จะทำงานด้วยกันให้ได้ดีที่สุด คุณควรเปลี่ยนจากการมองว่าเขาเป็นคู่แข่งให้เป็นคนที่ร่วมงานกัน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่คุณฝึกปฏิบัติได้คือการ ‘ให้’

ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคุณ และเชิญชวนให้อีกฝ่ายบอกความรู้สึกของเขาเช่นกัน ก่อนจะหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน
====

4.ถามให้มากขึ้น

ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลายคนมักจะเลือกบอกนู่นบอกนี่ ซึ่งอาจจะทำให้คุณดูเหมือนพวกชอบบงการและสร้างแรงกระเพื่อมในด้านลบเพิ่มขึ้นอีก

จะดีกว่าถ้าลองสร้างคำถามปลายเปิดดี ๆ ให้เขาได้ลองตอบและทั้งสองฝ่ายต่างก็รับฟังซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
====

5.ระมัดระวังการสื่อสารระหว่างบุคคลให้มากกว่าเดิม

เพราะแต่ละคนมีสไตล์การสื่อสารที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งสไตล์ของเราอาจไปสะกิดต่อมความรู้สึกไม่ชอบหรือไปโดนจุดเปราะบางของเขา

ฉะนั้นจะเป็นเรื่องดีกว่าถ้าคุณมองเห็นความแตกต่างระหว่างกันแล้วลองประยุกต์ความไม่เหมือนกันนั้นให้เชื่อมเข้าหากัน หรือหาตัวช่วยอื่นๆ ที่จะทำให้สองคนสามารถสื่อสารกันได้ดีขึ้น

กระทั่งการมีตัวกลางที่คุณและเขาเคารพมาช่วยถ่ายทอดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ได้เช่นกัน
====

6.ร้องขอความช่วยเหลือ

การขอให้อีกฝ่ายช่วยเหลือกลายเป็นเรื่องดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะวิธีนี้ทำให้คุณเป็นฝ่ายทลายกำแพงความตึงเครียด และแสดงให้อีกฝ่ายเห็นถึงความเชื่อมั่นที่คุณมีต่อเขา

มันคือการแสดงออกว่าคุณมองเห็นคุณค่า เห็นความเฉลียวฉลาดและประสบการณ์ของเขา
====

ซูซานได้ใช้หลักการเหล่านี้ในการจัดการปัญหากับแพท เธอพบว่าความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันดีขึ้น สื่อสารกันมากขึ้นและเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

สุดท้ายทั้งคู่ต่างก็ชื่นชอบกันมากกว่าที่เคยคิดเอาไว้แต่แรกด้วย
====

เรียบเรียงจากบทความ “How to Collaborate with People You Don’t Like” โดย Mark Nevins ตีพิมพ์เมื่อ 4 ธันวาคม 2018 ใน Harvard Business Review


เรียบเรียงโดย Learning Hub Thailand – เราพัฒนาคนในองค์กร ให้เพิ่มศักยภาพและทำงานอย่างมีความสุข –

ปรึกษาเรื่องการพัฒนาทีมในองค์กร ติดต่อ Line @lhtraining หรือ โทร 094 959 2645

Send this to a friend