7 ขั้นตอน เอาตัวรอด จากเจ้านายดุ

คุณผู้อ่านทุกท่านคงคุ้นเคยกับการชมภาพยนตร์ สังเกตได้ว่าภาพยนตร์แทบจะทุกเรื่องจะต้องมีจุดวิกฤต (Climax) ที่ทำให้ชีวิตตัวละครตกต่ำ จนสุดท้ายตัวละครในบทก็สามารถฝ่าฟันไปพบตอนจบที่สวยงามได้

ภาพยนตร์เรื่องใดจะสนุกหรือไม่ อยู่ที่ว่าก่อนที่ผู้กำกับจะสั่ง Action ภาพยนตร์เรื่องนั้นได้วาง Plot & Theme ไว้ดีแค่ไหน

ในชีวิตคนทำงานก็เช่นกัน สถานการณ์ที่ถือเป็นจุดวิกฤตคงหนีไม่พ้นการถูกเจ้านายดุ หรือ ลูกค้าด่า และตอนจบจะสวยงามหรือแสนเศร้าก็คงหนีไม่พ้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจพูดหรือทำอะไรลงไป เราได้วางPlot & Theme ที่เหมาะสมแล้วหรือยัง

7 ขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณผู้อ่าน ผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้ไปได้อย่าง Strong

            วาง Plot คือ การวางโครงเรื่องให้สละสลวย และเอื้อต่อโอกาสที่จะสร้างตอนจบที่สวยงาม

1.สร้างนิยามใหม่

หากคุณคิดว่าสาเหตุที่ถูกเจ้านายหรือลูกค้าตำหนิ เพราะ คุณอยู่ในฐานะลูกน้องหรือผู้รับใช้ ความคิดแบบนี้เป็นการนิยามให้ตนเองรู้สึกต้อยต่ำและจะเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดลบๆ อื่นๆ ที่กำลังจะตามมา

การสร้างนิยามใหม่คือการที่คุณเปลี่ยนมุมมองว่าผลงานของคุณคือการ “ช่วย” หรือ “ให้” สิ่งใดกับเจ้านายหรือลูกค้า เช่น ฉันช่วยอำนวยความสะดวกเรื่อง…. ,ฉันให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ…

จุดเริ่มต้นของความคิดแบบนี้จะป้องกันไม่ให้คุณรู้สึกต่ำต้อยและยังทำให้เกิดไอเดียในการจัดการกับปัญหาในขั้นตอนต่อไปอีกด้วย

2.ทบทวนผลงาน

ตัดอารมณ์ที่ไม่ดีและความกังวลออกให้หมด แล้วใช้สมาธิ focus ไปที่คุณภาพของผลงานของคุณ แล้วตอบคำถามตัวเองด้วยใจที่เป็นกลางว่า “ผลงานของฉันมีคุณภาพหรือไม่?”

3.ยอมรับความจริง

หากผลงานของคุณมีคุณภาพ ก็ควรยอมรับความจริงว่า “สิ่งที่ดีที่สุดในความคิดเห็นของเราอาจไม่ดีที่สุดในความคิดเห็นของผู้อื่น”

แต่หากผลงานของคุณมีจุดบกพร่อง ก็ควรยอมรับความจริงว่า “เป็นธรรมดาที่ผู้อื่นมักจะเห็นส่วนที่บกพร่อง มากกว่าเรื่องดีๆ ที่อยู่ในส่วนอื่นๆ”

          สร้าง Theme คือ การสร้างแก่นของคุณค่าที่จะนำเสนอ ยิ่งสร้างคุณค่ามาก ตอนจบก็ยิ่งสวยงาม

4.เลือกบรรยากาศที่ใช่

หลายคนพอเจอปัญหานี้จะสื่อสารด้วยการพูดโต้ตอบทันที ทำให้บรรยากาศการสนทนากลายเป็นการโต้เถียงและสิ่งที่พูดออกมาก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการแก้ตัว

ก่อนพูดจึงควรคิดสักนิดว่าเราควรสร้างบรรยายกาศในการสนทนาอย่างไร เช่น เป็นการอธิบายแทนที่จะโต้เถียง ,เป็นการขอบคุณในคำแนะนำแทนที่จะแก้ตัว ,เป็นการสร้างความมั่นใจแทนที่จะปัดความรับผิดชอบ ฯลฯ 

บรรยากาศเป็นอย่างไร ตอนจบก็จะเป็นอย่างนั้น

5.ห้ามลดตัว

ไม่ว่าผลงานของคุณจะดีหรือไม่ดีในความรู้สึกผู้อื่น จุดยืนของคุณคือห้ามลดตัวเด็ดขาด เพราะนอกจากจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้นยังอาจจะเป็นการทำให้เจ้านายหรือลูกค้าหมดความศรัทธาในผลงานชิ้นอื่นๆ ของคุณ สิ่งที่คุณควรทำ คือ หากผลงานที่ทำมีคุณภาพ ให้ยืนยันในคุณภาพนั้นแต่ยอมรับว่าอาจจะไม่เหมาะสมในความคิดเห็นของคนบางกลุ่ม

หากผลงานมีข้อบกพร่องให้ยืนยันในเจตนาที่ดีในการสร้างสรรผลงานนี้แต่ยอมรับว่ามีบางสิ่งต้องแก้ไข

          เริ่ม Action คือ การเริ่มลงมือทำตามโครงเรื่องและแก่นของเรื่องที่สร้างมา (Plot & Theme)

6.เสนอทางแก้ปัญหา

ไม่ว่าผลงานคุณจะมีคุณภาพหรือไม่ ไม่ว่าเจ้านายหรือลูกค้าจะเห็นว่าผลงานของคุณดีหรือแย่เพียงให้ การเริ่มต้นพูดคุยโดยเสนอตัวที่จะลงมือแก้ไขปัญหาต่างๆ ถือเป็นการแสดงความสง่างามของผู้พูด

บรรยายการของการสนทนาต่อจากนี้จะไม่มีใครผิดใครถูกเพราะจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่คนสองคนพูดคุยหารือเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน 

7.จบด้วยความรู้สึกขอบคุณ

ในทุกปัญหา ในทุกวิกฤติ สร้างสิ่งดีๆ ให้เราได้เรียนรู้เสมอ เมื่อคุณทำครบตั้งแต่ข้อ 1-6 เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมจบการสนทนากับเจ้านายหรือลูกค้าด้วยความรู้สึกดีๆ ยิ้มและกล่าวขอบคุณจากใจ

ภาพยนตร์ในโรง หรือ ภาพยนตร์ในชีวิตจริง ถ้าใช้ Plot&Theme ที่ดี ก็ล้วนแต่มีตอนจบที่สวยงามเช่นกัน ไม่ว่าปัญหาของคุณจะหนักแค่ไหนของให้มีตอนจบแบบ Happy Ending ครับ

เขียนโดย จิตเกษม น้อยไร่ภูมิ (โค้ชแมงปอ)