แนวทางเป็นหัวหน้าบุคลิกดีโดยไม่ต้องพยายาม

การเป็นหัวหน้าที่ต้องดูแลคนนั้น มีโอกาสผิดพลาดแบบตกม้าตายได้เสมอ เพราะบุคคลิกส่วนตัว อาจกระตุ้นให้เกิดการละเมิดจริยธรรมในการทำงานได้

เช่น การล้อเล่นที่ไม่เหมาะสม อาจถูกมองว่าเป็นการล่วงเกินทั้งทางกายและคำพูดกับลูกน้องก็เป็นได้

====

มีการทำวิจัยเกี่ยวกับจริยธรรมในการทำงานจากผู้นำกว่า 3,500 คนใน 30 องค์กร เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพและจริยธรรมของความเป็นผู้นำโดยมีสถานการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนไป

ผลวิจัยพบว่า มีบุคลิกบางอย่างที่สัมพันธ์กับคุณลักษณะที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของผู้นำแต่ละคน มักจะไปสร้างผลลัพธ์ในทางที่ไม่ดีนัก นั่นคือเกิดการละเมิดจริยธรรมนั่นเอง

====

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับในการสร้างบุคลิกที่ดีสำหรับหัวหน้า ที่ลูกน้องชื่นชม

1. จงเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่คนมีเสน่ห์

เป็นเรื่องปกติที่เราจะถูกดึงดูดด้วยคนที่ให้แรงบันดาลใจ สนุกสนาน และมีเสน่ห์ แน่นอนว่าคนแบบนั้นทำให้เราอยากอยู่ใกล้

อย่างไรก็ตาม การสร้างเสน่ห์ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีเสมอไป เพราะการบริหารเสน่ห์กับลูกน้องในองค์กรนั้นใกล้เคียงกับการหมกมุ่นอยู่กับการสร้างภาพนั่นเอง

เมื่อมีใครสัมผัสถึงเรื่องนี้ได้ เขาก็จะรู้สึกว่าผู้นำคนนี้เห็นแก่ตัว แตกต่างจาการอ่อนน้อมที่เป็นการแสดงความเอื้ออาทรทางอารมณ์แก่คนในทีมนั่นเอง

====

2.แน่วแน่และพึ่งพาได้ คือบุคลิกที่จะพาทีมให้รอด

ผู้นำนั้นมีอำนาจในการตัดสินใจ และลูกน้องจะต้องเชื่อมั่นในตัวผู้นำว่าจะตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่องค์กร

การแสดงให้คนในทีมเห็นว่าคุณมีความแน่วแน่ในการทำงาน ตัดสินใจอย่างระมัดระวัง คำนวณทุกสิ่งอย่างอย่างรอบคอบ ลูกน้องจะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และร่วมมือทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุด

====

3.การทำอะไรพอประมาณนั้นที่ดีที่สุด

ลูกน้องยุคใหม่มักจะอยากทำงานในบรรยากาศผ่อนคลายและไม่ต้องเป็นทางการมาก หากมีผู้นำที่เข้าอกเข้าใจก็จะยิ่งดี

อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้นำก็ต้องมีความรับผิดชอบที่แสนหนักอึ้งในการแสดงความเป็นมืออาชีพ การพยายามทำให้ลูกน้องเห็นว่าเป็น ‘หัวหน้าที่เล่นมากไป’ ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก เพราะจะทำให้ขาดความเคารพในระยะยาว

หนทางที่ดีกว่าคือการมีระยะห่างพอสมควรซึ่งมากพอที่ลูกน้องจะไม่เล่นหัว จะเคารพ และอยากทำงานด้วยอย่างสบายใจ โดยสรุปคือทำอะไรก็พอประมาณดีที่สุด

====

4.สร้างสมดุลจากข้อมูล และการทำงานจริง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเป็นหัวหน้าคงไม่มีเวลามาขลุกกับลูกน้องตลอดเวลา การวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ จากข้อมูลที่ได้รับจึงเป็นหนทางหลัก แต่ก็ไม่ควรที่จะเอาแต่วิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้มาอย่างเดียว

หัวหน้าที่ดีควรดูบริบทอื่นประกอบการตัดสินใจด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความกดดัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างมักจะสำคัญกว่าในช่วงเวลาปกติ

ข้อมูลอาจจะไม่เคยโกหกใครก็จริง แต่การตัดสินใจที่แท้จริงต้องดูอย่างรอบด้านและพิจารณาว่าการตัดสินใจนั้นกระทบกับผู้มีส่วนได้เสียไหม

====

5.อย่าประมาท เพราะคุณอาจพลาดได้ตลอดเวลา

การก้าวมาเป็นหัวหน้าคนใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้บทบาทใหม่ ในช่วงแรกอาจจะต้องสังเกตและปรับตัวกับสิ่งรอบข้างมากมาย การติดต่อสื่อสารกับใครล้วนเป็นการสร้างความรู้สึกในด้านดีหรือลบตั้งแต่แรกพบได้ทั้งสิ้น

เมื่อผ่านไปสักพัก หัวหน้าคนนี้ก็จะเริ่มผ่อนคลายและไม่สนใจรอบข้างเหมือนตอนเป็นผู้นำใหม่ ๆ นี่คือสิ่งที่ต้องระวัง

เพราะเมื่อผ่านไปสักครึ่งปีหรือหนึ่งปีอาจจะเริ่มมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ด้านมืดอาจจะเข้าครอบงำคุณเหมือนนักมวยที่การ์ดตกจนไม่ได้ระวังหมัดจู่โจมฉับพลัน

ทางที่ดีคือควรระมัดระวังให้ดีตลอดเวลา เปิดรับ feedback จากลูกน้องว่าต้องปรับตัวอะไรหรือไม่อยู่เสมอ

====

เรียบเรียงจาก “Don’t Try to Be the “Fun Boss”— and Other Lessons in Ethical Leadership” โดย Kimberly Nei and Darin Nei Mortensen จาก Harvard Business Review 10 กันยายน 2018

เรียบเรียงโดย Learning Hub Thailand – เราพัฒนาคนในองค์กร ให้เพิ่มศักยภาพและทำงานอย่างมีความสุข

ปรึกษาเรื่องการพัฒนาทีมในองค์กร ติดต่อ Line @lhtraining หรือ โทร 094 959 2645

Send this to a friend