6 เทคนิคปรับความคิด ชีวิตเปลี่ยนตลอดไป

คุณเชื่อหรือไม่ว่าความคิดของคนเรามีพลัง มีอิทธิพลในการสร้างสรรค์และผลักดันสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นอย่างมากมาย เรื่องราวดีๆหรือเลวร้ายที่เราประสบพบเจอนั้นมาจากสิ่งที่เราคิดทั้งนั้น กล่าวคือ หากคุณมองโลกในแง่ดี คุณก็จะมีพลังด้านบวกที่คอยสนับสนุนให้ตัวคุณมีพฤติกรรมที่ดี ทำแต่สิ่งที่ดี และคุณก็จะได้รับผลดีเป็นการตอบแทน

ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ความคิดเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนด

ในทางกลับกัน หากความคิดของคุณเต็มไปด้วยอคติ จิตใจของคุณก็จะหม่นหมอง หดหู่ ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระทำในแง่ลบ และส่งผลร้ายให้กับชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย ความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง มันสามารถเป็นได้ทั้งเชื้อเพลิงที่ลุกโชติช่วงให้แสงสว่างกับชีวิต และเป็นดั่งไฟที่แผดเผาตัวเราให้มอดไหม้ กล่าวคือ ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ความคิดเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนด

ดังนั้น เราจึงควรปรับเปลี่ยนความคิดของเราให้เป็นไปในด้านบวก เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมพฤติกรรมดีๆให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คุณสามารถนำเคล็ดลับ 6 ข้อที่ช่วยปลุกความคิดดีๆไปประยุกต์ใช้ และคุณจะได้พบกับชีวิตที่สดใสและสวยงามตลอดไป

1. พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

แท้จริงแล้ว สมองถูกออกแบบให้มนุษย์เรามีความคิดเชิงลบมากกว่าเชิงบวก สิ่งนี้เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเจอกับเหตุการณ์อันเลวร้ายที่ทำให้เราหมดสิ้นหนทาง หรือรู้สึกมืดแปดด้าน สมองจะสั่งการให้ตัวเรามีแรงฮึด และปลุกพลังภายในที่ซ่อนอยู่ เพื่อให้เราสามารถต่อสู้กับสิ่งเลวร้ายได้

แต่เมื่อสมองประมวลผลเหตุการณ์ต่างๆในแง่ลบ ทั้งๆที่เราอยู่ในสถานการณ์ปกติ ผลลัพธ์ก็จะออกมาตรงกันข้าม เพราะคุณจะเกิดความคิดอคติซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรม

ดังนั้น เมื่อเรารู้เท่าทันธรรมชาติของสมอง เราจึงควรคิดถึงแต่สิ่งดีๆในชีวิต คุณควรรู้สึกขอบคุณครอบครัวที่แสนดี เพื่อนที่น่ารัก งานที่ท้าทาย และระงับความรู้สึกไม่พอใจเรื่องเพื่อนร่วมงานจอมป่วน เจ้านายผู้เข้มงวด ลูกน้องที่ไม่เอาไหน เป็นต้น

วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้โลกของคุณเปลี่ยนไป การพอใจใจในสิ่งที่มี และการขอบคุณสิ่งที่ได้รับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้จิตใจของคุณสดใส อิ่มเอม และมีความสุข

2. เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวคุณเอง

นักจิตวิทยาหญิงท่านหนึ่งชื่อ คารอล เขียนในหนังสือของเธอว่า “ความคิด” แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ความคิดแบบยึดติด และความคิดแบบยืดหยุ่น ผู้ที่มีความคิดยึดติดเป็นพวกที่เชื่อว่าความสามารถของตนเองเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก พวกเขามักคิดว่าตนเองเก่งหรือแย่ในด้านใดด้านหนึ่งอย่างสุดโต่ง

และเมื่อพวกเขาเจอกับอุปสรรค พวกเขาก็จะยอมแพ้โดยง่าย นอกจากนี้ เมื่อพวกเขาเห็นความสำเร็จของคนอื่น ความรู้สึกกลัว ความผิดหวัง และความพ่ายแพ้ก็จะผุดขึ้นมาในหัวของพวกเขาทันที ในทางกลับกัน คนอีกประเภทที่มีความคิดยืดหยุ่น พวกเขาเชื่อว่าคนเราสามารถปรับปรุงและพัฒนาได้

ดังนั้น เราจะเห็นคนกลุ่มนี้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และพยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งรอบข้างตลอดเวลา พวกเขาเข้าใจว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น จึงไม่น่าแปลกใจว่าศักยภาพของพวกเขาจะเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หากเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มคนที่มีความคิดแบบยึดติดกับกลุ่มคนที่มีความคิดแบบยืดหยุ่น จะพบว่าคนที่มีความคิดยืดหยุ่นจะรู้สึกสงบและมีความสุขในชีวิตมากกว่า เพราะพวกเขาสามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้ดี พวกเขามีอิสระที่จะทำตามที่ใจต้องการ และประสบความสำเร็จมากกว่า

3. รักษาความเป็นตัวของตัวเอง และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

บ่อยครั้งที่เรารับฟังคำพูด คำวิจารณ์ และความคิดเห็นของคนอื่นๆมากจนเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น สื่อในโลกออนไลน์ก็มีอิทธิพลต่อความคิดของคนในยุคปัจจุบันอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราหลงทาง และลืมความเป็นตัวของตัวเองไป ตัวอย่างง่ายๆ

เช่น คุณเป็นคนชอบสีเขียว แต่ตอนนี้สีดำกำลังเป็นที่นิยม ดังนั้น คุณจึงเลือกซื้อสิ่งของที่มีสีดำเพื่อให้ทันสมัยกับกระแสสังคมในปัจจุบัน พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่คุณรู้สึกกลัวหรือไม่มั่นใจในตัวเอง คุณจึงพยายามปรับเปลี่ยนหรือทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเองดูดีในสายตาของคนอื่น

แต่ความเป็นจริงแล้ว คุณไม่ได้เป็นเช่นนั้นคุณต้องเสแสร้งแกล้งทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการเพื่อให้คนอื่นพอใจ เพราะคุณเชื่อว่าคุณจะเป็นที่รักของคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การซ่อนความเป็นตัวตนไว้ภายใน ปิดบังความรู้สึกที่แท้จริง เพียงเพื่อทำให้คนอื่นพอใจ สุดท้ายแล้วตัวคุณเองก็จะไม่มีความสุขวิธีการแก้ไขก็คือ คุณควรติดต่อสื่อสารกับผู้คนรอบข้าง เปิดใจให้กว้าง และยอมรับกับความแตกต่างหลากหลาย

แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องไม่ปล่อยให้ความเชื่อของบุคคลอื่นครอบงำชีวิตหรือบดบังความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทุกคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ทุกคนมีความโดดเด่น และมีความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น จงรักษาสิ่งที่มีคุณค่านี้ไว้

4. มองโลกในแง่ดี

การมองโลกในแง่ดีเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หากคุณมองโลกในแง่ร้าย คุณก็จะกลายเป็นคนที่ขี้ระแวง ใจแคบ ไม่มีการพัฒนา และแน่นอนว่าคุณจะไม่มีความสุข ในทางตรงกันข้าม หากคุณมองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส คุณจะเปิดใจยอมรับสิ่งต่างๆในชีวิต และทำให้คุณมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น

เช่น สมมุติว่าหัวหน้าเสนองานชิ้นหนึ่งให้คุณทำ หากคุณมองในแง่ลบ คุณจะคิดว่างานชิ้นนั้นยากมาก คุณไม่มีทางทำได้สำเร็จ มันจะทำให้คุณเหนื่อยเปล่า และเบียดบังเวลาในการทำงานอื่นๆของคุณ

ในทางตรงกันข้าม หากคุณมองในแง่บวก คุณจะรู้สึกว่าหัวหน้าไว้วางใจให้คุณทำงานชิ้นนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสพิสูจน์ความสามารถ และพัฒนาตนเอง อุปสรรคต่างๆเป็นสิ่งที่ต้องผ่านไปให้ได้ หากคุณทำงานชิ้นนี้สำเร็จ คุณจะได้รับการยอมรับมากขึ้น และนั่นจะเป็นบันไดที่ทำให้คุณก้าวไปสู่ดวงดาว

5. อย่าเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น

คุณเคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่านิ้วมือทั้งห้าของคนเรายาวไม่เท่ากัน แต่นิ้วมือทุกนิ้วมีความสำคัญหมด มนุษย์เราก็เช่นกัน ทุกคนมีข้อดีของตัวเอง ดังนั้น จงอย่าเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น วิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างให้ความสำคัญกับเปลือกภายนอก

เราโพสต์รูปอาหารการกิน ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอื่นๆเพื่อให้ตนเองดูดี และมีคุณค่า หากคุณปล่อยให้สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อความคิดของคุณ คุณจะพบกับความเหนื่อยใจ เพราะคุณจะวิ่งไล่ตาม และเสาะแสวงหาสิ่งที่คุณเห็นว่าสามารถให้ความสุขแก่คุณได้ แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นความสุขจอมปลอม คุณไม่มีทางที่จะพบกับความสุขสงบได้ หากคุณเอาคนอื่นเป็นที่ตั้ง

ดังนั้น เพียงแค่คุณรู้ว่าตัวคุณต้องการอะไร คุณมีความสุขกับสิ่งไหน คุณก็ไม่จำเป็นต้องอิจฉาหรืออยากมีชีวิตแบบคนอื่นๆ เพราะสิ่งที่คุณสัมผัสได้ให้ความสุขกับคุณมากพอแล้ว

6. เชื่อมั่นในความเป็นไปได้

ความคิดเป็นตัวกำหนดทิศทางของชีวิต ดังนั้น หากคุณเริ่มต้นทำสิ่งใด และคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ คุณก็จะไม่มีทางพบกับความสำเร็จ คุณสามารถเปลี่ยนวิธีคิดแบบนี้ได้โดยการตั้งคำถามและคิดว่ามันเป็นไปได้

เช่น หากคุณเชื่อว่าคุณไม่สามารถทำงานชิ้นหนึ่งได้ ให้คุณลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าฉันจะสามารถทำมันให้สำเร็จได้อย่างไร หรือหากคุณทำงานชิ้นหนึ่งและมันไม่ได้ผล คุณก็ลองเปลี่ยนมาตั้งคำถามใหม่ว่า จะสามารถทำมันให้ได้ผลได้อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงจากประโยคปฏิเสธเป็นประโยคคำถาม คือการกระตุ้นพลังความคิดอีกวิธีหนึ่ง ที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด คุณต้องมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งต่างๆสามารถเป็นไปได้ เพราะทุกสิ่งเริ่มต้นที่ความเชื่อ ดังนั้น หากคุณเชื่อว่าเป็นไปได้ ประตูแห่งโอกาสจะเปิดรับคุณเอง

เรียบเรียงโดย Learning Hub Thailand

(ที่มา: http://www.lifehack.org/319379/simple-mindsets-that-can-make-you-calm-and-happy-every-day)


สร้างความสุข และความสำเร็จในชีวิต

ด้วยการฝึก “ทักษะการฟัง” เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่แท้จริงต่อกัน

หลักสูตร “ฟังเป็น เปลี่ยนชีวิต”

หลักสูตร 1 วัน ที่จะเปลี่ยนมุมมองความคิด เปลี่ยนชีวิตด้วยการฟัง 

ดูรายละเอียดคอร์สนี้คลิกที่นี่